○บอสเสตจ 5 มนุษย์แห่งสายลมที่ได้รับการสักการะ

  東風谷 早苗(こちや さなえ)
  Kotiya Sanae
โคชิยะ ซานาเอะ (หุบเขาแห่งสายลมตะวันออก ทุ่งต้นอ่อน)

  ชนิด:มนุษย์
  อาชีพ:พรแห่งสายลม
  ความสามารถ:ความสามารถในการบัลดาลให้เกิดปฎิหารย์

  เป็นลูกหลานผู้สืบทอดศาสตร์ลับจากรุ่นสู่รุ่นเพียงคนเดียว。
  ลักษณะนิสัยนั้นเอาจริงเอาจังอย่างมากแล้วก็、ได้มีความเชื่อมั่นในพลังของตนเองอยู่。บางครั้งบางคราว
  ก็มีการเชื่อมั่นในพลังของตัวเองมากจนเกินไปอยู่เหมือนกัน。

  แต่เดิมทีนั้น、รู้สึกว่าจะเป็นมนุษย์ผู้บูชาเทพแห่งสายลมอยู่หรอก、ด้วยศาสตร์ลับที่เปี่ยมด้วยความลับนั้นเอง
  ขณะที่บรรดาลให้เกิดปฎิหารย์ให้เหล่าลมฝนตกลงมานั้น、ผู้คนรอบข้างก็ดูเหมือนว่ารู้สึกเกิด
  ศรัทธาต่อตัวมนุษย์ที่ใช้ศาสตร์ลับนั้นขึ้นมา。

  หรือก็คือ、ปฎิหารย์ที่เทพแห่งสายลมเป็นผู้บัลดาลให้เกิดนั้น、ตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่อาจทราบมนุษย์ก็ได้
  เริ่มเข้าใจผิดไปว่ามนุษย์เป็นผู้บัลดาลให้เกิดขึ้น。

  ที่หนักกว่านั้น、พวกเธอเหล่ามนุษย์ที่จัดการกับศาสตร์ลับนั้นทั้งๆที่เป็นมนุษย์อยู่นั้นก็ได้รวบรวมศรัทธาไว้、
  ก็กลายเป็นว่าได้รับทำหน้าที่ในระดับเดียวกับพระเจ้าเลย。นั่นก็คือ 現人神(อาราฮิโตะงามิ) เทพที่ปรากฎร่างเป็นคนนั่นเอง。

  ซานาเอะนั้นตั้งแต่สมัยยังเด็ก、ปฎิหารย์ที่สืบทอดนอกจากวิธีปากสู่ปากไม่ได้ที่ถูกเรียกว่าศาสตร์ลับนั้นก็ได้สำเร็จ
  เป็นขั้นมาสเตอร์แล้ว。ทั้งๆที่ยังเป็นเด็กอยู่ เธอที่สามารถเรียกปฎิหารย์ได้นั้น、ศรัทธาอันมหาศาล
  ก็ได้ถูกรวบรวมมาไว้――ก็น่าจะเป็นเช่นนั้นอยู่หรอก。

  ทว่า、โลกภายนอกนั้นก็ดูเหมือนจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงขึ้น。แม้พระเจ้าที่เปี่ยมด้วยพลังแห่งเทพอันมากมายเอง
  มนุษย์ผู้ซึ่งศรัทธากลับลดลงลดลงไปอย่างรวดเร็ว。แน่นอนว่า、ขณะที่ยังเป็นคนแต่ก็กลายเป็นเทพอย่าง
  อาราฮิโตะงามิอะไรเนี่ย、จึงเป็นเรื่องที่ว่ามนุษย์ผู้ซึ่งศรัทธานั้นแทบจะไม่หลงเหลือมีอยู่เลย。


  สำหรับซานาเอะนั้นถึงแม้จะไม่มีศรัทธาก็เถอะ、ก็สามารถที่จะใช้ชีวิตในฐานะมนุษย์ไปได้ดังนั้น
  ปัญหาก็ไม่น่าจะมีอยู่ทว่า、พระเจ้าที่ซานาเอะสักการะอยู่、คานาโกะนั้นจะปล่อยให้เป็นแบบนั้นไม่ได้。

  พระเจ้านั้นถ้าศรัทธาสิ้นสูญไปพลังเองก็จะพลอยสูญสิ้นไปด้วย。พลังแห่งเทพก็ไม่สามารถปล่อยออกมาได้。
  สำหรับเรื่องนั้นแล้วก็เสมือนกับเป็นการตายของเทพ。

  คานาโกะได้ตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว。จะรวบรวมศรัทธาจากมนุษย์เนี่ยมันมีขีดจำกัดอยู่。จากนี้ต่อไปนั้น
  เรื่องที่จะรวบรวมศรัทธาจากโยว์ไคด้วยเนี่ยถ้าไม่คิดเอาไว้บ้างคงจะไม่ได้การ、ตัดสินใจไปแบบนั้น。

  ซานาเอะนั้นได้ฟังแผนการณ์เป็นขั้นเป็นตอนแล้วก็ตกใจ。ประเทศของเรานั้นตั้งแต่อดีต ก็ได้มีโลกที่เรียกว่า
  『幻想郷』(เก็นโซเกียว) อยู่。กล่าวได้ว่าโลกที่ว่านั้นแม้ขณะนี้เองก็ยังคงดำรงอยู่อย่างเงียบเชียบ
  เชียวล่ะ。สำหรับเก็นโซเกียวแล้วของที่สูญหายจากโลกภายนอก(กลายเป็นมายา)นั้นได้มารวมกันอยู่。
  หรืออีกนัยหนึ่งศรัทธาที่มีต่อพระเจ้าเองก็、จะกลายมารวมกันอยู่ที่เก็นโซเกียวเนี่ยก็สามารถจะถูกคิดไปได้แบบนั้นเช่นกัน。
  และนั่นเองคานาโกะนั้น、ก็เป็นเรื่องที่ได้พูดว่าจะย้ายกิจการศาลเจ้ามาอยู่ที่เก็นโซเกียวนั่นเอง。และก็ได้
  ทำการลาจากจากโลกของมนุษย์。


  การที่ต้องลาจากจากโลกของมนุษย์นั้นมันก็เกิดความหวาดกลัวอยู่หรอกแต่、นอกเหนือสิ่งอื่นใดคือสำหรับเธอ
  ที่ถือครองพลังที่บัลดาลให้เกิดปฎิหารย์แล้ว、เรื่องที่จะได้ไปโลกแห่งปฎิหารย์นั้นเป็นเรื่องที่น่าสนุกเลยล่ะ。

  เธอนั้นได้ดูถูกมนุษย์ของเก็นโซเกียวไปอย่างมาก。ถ้าสามารถข่มขู่ศาลเจ้าฮาคุเรย์ที่มีเพียงแห่งเดียวได้ละก็
  ตัวเก็นโซเกียวเองนั้น、ก็จะกลายเป็นอย่างที่พวกตนต้องการ เป็นเรื่องที่คิดไปอะไรแบบนั้น。เธอนั้น
  ได้ไปทำการข่มขู่ต่อเรย์มุ、และแล้ว ก็เป็นอย่างครั้งนี้ กล่าวคือผิดไปจากที่คาดกลับได้บทเรียนราคาแพง
  มาแทนนั่นเอง。

  มนุษย์ที่อาศัยอยู่ที่เก็นโซเกียวเนี่ย、มีปัญหายุ่งยากมากกว่าที่เธอคิด、แล้วก็
  เรื่องที่ว่ามีพลังอยู่ด้วยเนี่ยเธอนั้นก็ถูกทำให้เข้าใจอย่างแจ่มแจ้งเลยล่ะ。

  สำหรับที่นี่แล้ว、เธอนั้นไม่ใช่ตัวตันที่พิเศษอีกต่อไป。
  อาราฮิโตะงามิอะไรเนี่ยไม่ใช่แล้ว、เรื่องที่ว่ากลายเป็นแค่คนธรรมดาเนี่ยก็ได้รู้สึกตัวขึ้นมา。
  เป็นเรื่องที่ว่า จากนี้ต่อไปนั้นไม่มีทางอื่นนอกจากใช้ชีวิตต่อไปอย่างปกติในฐานะของมนุษย์ของเก็นโซเกียวนั่นเอง。

Text by ZUN

Burned to Thai by Chaos



เอาล่ะ

ปิดไปอีกคดี.... ว่าเข้าไปนั่น

แปลคราวนี้ค่อนข้างเผาเอาการทีเดียว สำนวนอาจจะคงไว้ให้เหมือนต้นฉบับไม่ได้

และอาจจะอ่านแล้วติดขัดหลายส่วน แต่เนื่องจากเวลาไม่มีก็เอาแบบนี้แหละนะ


SPOIL

.
.

จะว่าไปต้นเหตุภาค 10 ก็คือการย้ายกิจการเข้ามาของคานาโกะนั่นเอง

แต่คนที่ทำให้มิโกะต้องออกบินก็คือ ซานาเอะเนี่ยแหละ

เพราะเธอเป็นคนที่มาบอกให้เรย์มุปิดกิจการ

พอมิโกะแสนเฉื่อยไม่สนโลกออกบินปุ๊ป แม่มดขาแจม แก่นกะโหลกร้าวก็ออกบินตาม

ภาคนี้มีเนื้อเรื่องย่อยตรงการปรากฎตัวของอายะด้วย ยาวใช้ได้

เมื่อเจอกับอายะก็จะได้รู้ว่าพระเจ้าที่เข้ามาใหม่(คานาโกะ)

มาเบ่งอำนาจก่อความเดือดร้อนให้เหล่าภูติ

จนพวกเทนกุกำลังรวมพลจะไปถล่มให้ราบอยู่แล้ว เผอิญมิโกะบินมาซะก่อน

เมื่ออายะสู้พอเป็นพิธีพอแล้วเธอก็จะกลับไปตอกใข่ใส่สีเอาตัวรอดให้พ้นจากการสอบสวนไป

จากนั้นเรย์มุก็ได้เจอกับซานาเอะ ที่จริงจังต่างกับเรย์มุเป็น 1P กับ 2P

พอมิโกะขาวแดงเอาชนะฟ้าขาวไ้ด้ ซานาเอะก็จะถามว่า

"ทำไมมีพลังขนาดนี้แล้วยังรวบรวมศรัทธามาไม่ได้อีกละ"

"เรื่องนั้นชั้นก็อยากรู้เหมือนกัน" มิโกะขาวแดงตอบแบบเหนื่อยหน่ายแล้วก็บินต่อไป

พอไปเจอคานาโกะ หลังจากเจรจาธุรกิจกันอยู่พัก

คานาโกะก็จะเทศนาว่า "ศาลเจ้าเนี่ยไม่ได้มีไว้สำหรับมิโกะหรอกนะ"

"มีไว้ให้พระเจ้าตะหาก"

ซึ่งอันนี้ก็นับว่าเป็นมุขที่ขำดี เพราะตั้งแต่รู้จักโทโฮมา ยังไม่เคยเห็นเรย์มุ

บูชาพระเจ้าสักกะองค์ คงลืมไปเรียบร้อยแล้วว่าศาลเจ้าเป็นที่อยู่ของพระเจ้า

(ถ้าจำไม่ผิด)
เมื่อเอาชนะคานาโกะได้เรย์มุก็จะเรียก นิโทริ, อายะ, ซานาเอะ แล้วก็คานาโกะ

มาสังสรรค์กระชับมิตร ที่ศาลเจ้า เป็นการลดความขัดแย้งกัน....


บ่นๆ....
อือ ภาคนี้สเปลมันคุ้นหน้าคุ้นตาหลายใบ
แต่ขอบอกเลยว่าสเปลของคานาโกะเนี่ย ไม่พริ้วจริงนี่ม่องง่ายๆเลย
ต่างจากภาค 8 ที่ใช้วิชามุดรูกระสุน ภาคนี้ต้องพริ้วสุดๆ

เสียดายภาคนี้ไม่มีเนื้อเรื่องลึกซึ้งแบบภาค 7-8 คงเพราะท่าน ZUN
จะเก็บไปใช้ในสงครามจันทราภาค 2 แหงๆ

พูดถึงแล้วก็นึกขึ้นได้....
จริงๆกังวลมาตั้งแต่ตอนประกาศนักเขียนแล้วน๊า
เพราะ อ.ท่านนั้นนอกจากวาด Y โทโฮแล้ว นอกนั้นดับสิ้นแบบไม่ได้เกิด
พอมาวาดแบบเนื้อหาเอื่อยๆเรื่อยๆเนี่ย ไม่รู้ว่ามันจะไหวมั้ย
ขนาด 3 ภูติกว่าจะเริ่มดูสนุกก็ต้องอ่านตามซะนาน

อือออ.... ไหนๆก็ได้โอกาสทำใจมาอู้ได้แล้ว พล่ามต่อซะเลย
จะว่า่ไปคนที่หันมาสนใจและวาดโทโฮนั้นมีเยอะขึ้นมาก
แต่อัตราเฉลี่ยของมืดกับไม่มืดยังเท่ากันเหมือนเดิมอยู่แฮะ 4 : 6
และนักวาดส่วนใหญ่ก็ยังคงไม่ได้ใช้นิสัยตามที่ท่าน ZUN เขียนไว้ตอนแรกเช่นเคย(ฮา)
กระทั่งความสามารถของตัวละครก็เช่นกัน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือมาริสะนั่นเอง
เนื่องจากป้ายสรรพคุณเขียนไว้ว่า จอมเวทย์ธรรมดา
นักเขียนหลายท่านเลยเขียนให้เธอเป็นมนุษย์ที่พยาย๊าม~พยายามบากบั่นต่างๆนาๆ
เพื่อเอาชนะคู่ต่อสู้
แต่จริงๆแล้วมันน่าจะเป็นมุขของท่าน ZUN มากกว่า
เพราะถ้าตามอ่านจริงๆแล้วจะพบว่า ตอนที่เรมิเรียถามปาชูลี่เรื่องที่จะไปดวงจันทร์
พอ ปาเจตอบกลับมาว่าต้องใช้พลังงานมหาศาล
เรมิเรียก็บอกออกมาว่า งั้นก็ไปขอให้มาริสะช่วยสินะ
ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามาริสะนั้น ก็อยู่ในไฟลั่มเดียวกับเรย์มุและซาคุยะนั่นละ

ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ของตัวละครน่ะ ไม่ต้องพูดถึงเลย โม้กันมันส์สุดๆ


เอ้อ ก็ไม่ได้จะพูดว่าแบบนี้มันไม่ดีหรือแบบไหนมันดีกว่าหรอกนะ
เพียงแต่บางอันเล่มแล้วมันขัดๆน่ะ
แต่บางเล่มก็มันส์ได้ใจเลยแหละ :P


เอาละ ตามธรรมเนียม...ภาพตัวละครปิดท้าย

ภาพของซานาเอะยังหาที่ถูกใจไม่ค่อยได้แฮะ คงเพราะพึ่งจะเปิดตัวละมัง

ปล. ที่มาของภาพไม่รู้สักกะอันเพราะไปสูบต่อๆมาอีกทีขอรับ





เจอกันคราวหน้าเมื่อเจ้าของบล๊อคกลัวไม่ได้อู้ไม่กลัวตายเน่อ
โธ่่ๆๆๆๆ T-T

edit @ 9 Oct 2007 16:34:20 by chaos

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เอิ้ก เอิ้ก นึกแล้วว่าเร็วๆนี้ต้องมีการอัพบล็อก แต่ก็ยังเข้ามาสายอยู่ดี

อย่างว่า ช่วงนี้งานล้นตัวเลย = =

ก่อนอื่นก้อคงเป็นชื่อของอาเจ๊ คานาโกะ มิใช่ คันนาโกะ เด้อ

ในส่วนของสำนวนการแปลคราวนี้อ่านแล้วขัดๆนิดหน่อย คงเพราะมีลักษณะของการ "พูด" ปะปนมากับความเป็น txt ก็เลยแปลกๆน่ะครับ

ในส่วนของศัพท์เฉพาะต่างๆ อ่านแล้วยังงงๆอยู่นิดหน่อย ที่จริง Sorekara.exteen.com ก็แปลไว้แล้วเช่นกัน แต่อ่านแล้วก็ยังอธิบายพวกศัพท์เฉพาะได้งงๆเช่นกัน
ผมเองตอนนี้ยังไม่มีแผนการจะแปลภาค 10 เลย เพราะข้อมูลยังไม่นิ่ง และยังไม่ว่างเล่นตัวเกม ก็เลยจับเข้ากรุไปก่อน รอเวลาสุกงอมแล้วค่อยแปลก็ยังไม่สาย เอิ้ก เอิ้ก

ในส่วนของเนื้อหาเบื้องลึกนั้น อยู่กับคานาโกะและสุวะโกะครับ เดี๋ยวแปลไปก็เจอเอง

เรื่องความมั่วของโดจิน อันนี้มันก็ช่วยไม่ได้ล่ะครับ เพราะมันเป็นโดจินนี่นะ
อย่างมาริสะนั้นเธอมีเตาหลอมชะตามินิ ก็ต่อสู้และสร้างสรรค์ไอเทมมหาโหดได้สบายอยู่แล้ว เหอ เหอ

ตอนนี้สเปลดาต้า 2.0 ใกล้เสร็จแล้ว ขอตัวไปลุยต่อล่ะคร้าบ

#1 By เซเบอร์คุง on 2007-09-07 20:14

58aaa203d8dd3397e4b0188d68e090cb

#2 By John Doe (64.28.187.69) on 2008-05-06 15:03