สปอยล์ : บูรพาฟ้าไร้คำนึง ~บททำนองแห่งอากาศสีแดงสด
posted on 02 Jun 2008 12:22 by chaos in gameบูรพาฟ้าไร้คำนึง ~บททำนองแห่งอากาศสีแดงสด
ก็ 東方緋想天 ~ Scarlet Weather Rhapsody เกม fighting ซัดกันของซีรี่ยโทโฮนั่นล่ะ ใครที่หลงเข้ามาเพราะนึกว่าเป็นนิยายจีนเรื่องใหม่ก็คลิก next ไปโลดเน่อ
ภาคนี้มีเหตุการณ์ที่เป็นหลักอยู่ 3 เรื่อง (ชนวนที่ทำให้ออกบินกัน)
- แผ่นดินไหวศาลเจ้าพัง
- อากาศวิปริตค้างคา
- ปราณจิตหรือหมอกแดงสดที่ไหลออกจากร่าง
เรย์มุ : ระยะทำการ ไกล้-กลาง-ไกล เป็นตัวละครที่มือขาไวมาก กระสุนหนัก อัดแหลกได้ทุกระยะ
เนื้อเรื่อง : ศาลเจ้าพังเรย์มุ เลยเริ่มกระบวนการไตร่สวนแบบ N สงสัยไว้ก่อน อัดให้เรียบ เดี๋ยวก็เจอตัวการ อย่างทุกภาค
หลังจากจัดการตัวต้นเหตุแล้วลากชาวสวรรค์เด็กเลวลงมาให้ซ่อมศาลเจ้า ซึ่งเท็นชิเองก็ปราถนาแบบนั้นแหละ แล้วก็ได้รับหินศักดิสิทธิ์มาเพื่อป้องกันแผ่นดินไหว เท็นชิจะอธิบายการทำงานของหินศักดิสิทธิ์ให้เรย์มุฟัง ขณะพักการซ่อมแซมหลบฝนชงชาดื่ม อนึ่ง...สาวเฉื่อยกับเด็กเลวมาเข้าคู่กัน งานจะเดินไวนั้นไม่มี...
* ดูความคืบหน้า?ของศาลเจ้าต่อได้ในเนื้อเรื่องของยูคาริ
มาริสะ : ระยะทำการ ไกล้-กลาง-ไกล เร็วและแรง เสียอย่างเล็งยากเป็นบ้า เล่นกับพวกตัวไวๆแล้วจะหงุดหงิดได้ง่ายๆ
เนื้อเรื่อง : มาริสะหลบฝนไต่ขึ้นเขาจนขึ้นไปอยู่เหนือเมฆ... ฮิโซเท็น...
หลังจากถล่มชาวสวรรค์ไปเรียบร้อย พอได้รู้ว่าถึงแม้จะเอาชนะเท็นชิได้ก็ยังคงมีแผ่นดินไหวครั้งใหญ่อยู่ดี เธอเลยกลับมาเก็บข้าวของ
แล้วก็ครุ่นคิดว่ายัยนั่นบอกว่ามีพลังในการระงับแผ่นดินไหวแต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา ถ้าทำได้ก็น่าจะทำซะเลยสิ แต่มาริสะไม่คิดว่าตัวเองจะเกลี้ยกล่อมชาวสวรรค์โรคจิตนั่นได้ จึงกะว่าจะให้เป็นหน้าที่ของเรย์มุไป
* จริงๆ มาริสะรู้ตัวถึงว่ามีเรื่องผิดปกติอยู่ แต่แกล้งทำเป็นไม่รู้ บ้าบอบังหน้าไว้ก่อน จริงๆแล้วด้วยนิสัยแบบนี้ ในภาคโบวเก็ทสึโชวจึงอาจได้ลุ้นเพราะเธอ เนื่องจากเป็น irregular ของทั้งสองฝ่ายเลย เหอะๆ หลังๆท่าน ZUN พยายามเขียนย้ำนิสัยนี้ของมาริสะบ่อย คงเพราะภาพลักษณ์หลังๆตกต่ำลงละมั้ง
ซาคุยะ : ระยะทำการ ไกล้-กลาง-ไกล เร็วหนักพอใช้ แต่ท่าของเธอส่วนมากเอาไว้หยุดท่าของคนอื่นซะมาก เลยต้องเสียแรงเมื่อยมือ อัดหลายทีหน่อย
เนื้อเรื่อง : ซาคุยะรู้ตัวถึงว่ามีอะไรไหลออกจากตัวไป เธอจึงเริ่มทำการตรวจสอบ ตามไปจนถึงสวรรค์ แม้จะเจอตัวการอยู่ข้างหน้า แต่ซาคุยะก็ไม่รู้ตัว เท็นชิเลยดูถูกลดแต้มซะ แน่นอน เพอร์เฟ็คเมดไม่มียอมอยู่แล้ว หลังจากจัดการเรียบร้อยกลับมาเห็นเรย์มุหมดอาลัยตายอยาก เธอจึงเกริ่นๆว่ารู้จักกับคนที่สามารถยับยั้งแผ่นดินไหวได้ และน่าจะเป็นตัวการ... (แบบใส่ไฟสุดๆ) มาริสะดูสงสัย แต่เรย์มุเชื่อสนิท และกล่าวท้ายไว้ว่า
ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็จะไปลากมาให้ซ่อมศาลเจ้าให้ได้เลย ซาคุยะนั้น แม้จะได้ตบตีชาวสวรรค์นั้นไปแล้วแต่ก็ยังรู้สึกเคืองอยู่ เธอจึงคิดจะส่งเรย์มุขึ้นไปตบตีต่อ ถ้าเป็นเรย์มุละก็ คงไม่สนถูกผิดอัดแหลกยับเยินเป็นแน่แท้ ชาวสวรรค์ชั้นอุโชวเท็น(ชั้นสูงสุด)ที่ไม่มีทางแพ้มนุษย์อย่างแน่นอนนั้น ต้องมีความทรงจำน่าเจ็บปวดเพราะเรย์มุแล้ว คิดดังนั้น เธอก็รู้สึกผ่อนคลายลง
* ซาคุยะ... โหดอำมหิต
* อนึ่ง เท่าที่รู้ มีอยู่คนเดียวที่สามารถไล่(กล่อม)มิโกะให้กลับไปได้โดยไม่ต้องตบตีกัน หมอยาอัจฉริยะเอย์รินนั่นเอง
* อีกนิด เรย์มุเป็นพวกสังหรณ์เฉียบสุดๆ แต่เชื่อคนง่าย(หรืออัดคนง่ายก็ไม่รู้ ^^")
อลิส : ระยะทำการ กลาง ถ้าซัดกันระยะนี้อย่างเดียวไม่มีใครสู้เธอได้แล้ว แต่ระยะอื่นเธอจะเป็นกระสอบทรายชั้นยอดเลย เล่นแล้วเหนื่อยใจมาก
เนื้อเรื่อง : อลิสเห็นสัญญาณของแผ่นดินไหว นั่นคือหมอกสีแดงกับลูกเห็บ เธอจึงตรวจสอบว่ามีการเกิดแผ่นดินไหวมั้ย.... ตามไปเรื่อยจนไปสวรรค์ หลังจากไปพูดคุย? และระบายอารมณ์? กับเท็นชิเรียบร้อยแล้ว อลิสคาดว่าการจะป้องกันแผ่นดินไหวจำเป็นต้องให้มิโกะออกโรง
จึงพยายามไปกล่อม ขณะที่มิโกะกำลังซ่อมแซมศาลเจ้าและมียักษ์เป็นลูกมืออยู่ เรย์มุไม่ค่อยอยากไปบอกว่าเป็นทัณฑ์สวรรค์นี่นา อลิสก็เลยบอกว่า ใช่แล้วเธอก็เลิกดูสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าแล้วขึ้นฟ้าไปดูบ้างเป็นไง อลิสคิดว่าชาวสวรรค์มีพลังทำให้เกิดแผ่นดินไหว ก็น่าจะยับยั้งได้ การที่ทำให้ศาลเจ้าพังก็น่าจะเป็นเพราะต้องการให้มิโกะขึ้นไปบนฟ้ากระมัง
*ซุยกะมาช่วยซ่อมศาลเจ้า(แปลกเอาการ) เรย์มุก็ทำหน้าตาละเหี่ยใจ... เป็นซีนาริโอ้ที่แปลกเอาการ
ปาชูลี่ : ระยะทำการ ไกล-กลาง เทอิ เทอิ เทอิ... ก็ยิง ยิง ยิง นั่นละ จริงๆไกล้ก็ยังยิงได้ เรียกว่าเล่นง่ายมากเลย เรียกว่าเป็นตัวละครที่น่าใช้มากสำหรับคนขี้เกียจ
เนื้อเรื่อง : ปาชูลี่ รู้สึกตัวว่ามีอะไรไหลออกจากร่างกาย หลังจากที่ลองให้ซาคุยะขยับตัวนิดหน่อย? ก็เห็นชัดว่ามีใครกำลังรวบรวมอะไรบางอย่างอยู่ พอเที่ยวไปถาม? คนอื่นก็ไม่มีใครรู้ตัว แต่ก็ไม่ยอมให้ข้อมูลคนอื่นเลย บ่นกับตัวเองอย่างเดียว แล้วก็เลยถ่อขึ้นฟ้าไป สนทนาภาษาผู้ทรงภูมิกับเท็นชิ แป๊ปเดียวก็จับไต๋ได้ ปาชูลี่บอกถ้าปล่อยให้เกิดเรื่องขึ้นก็สายไปแล้ว เท็นชิก็บอกกลับมาว่ารอให้ศาลเจ้าพังก่อนก็ยังไม่สายไม่ใช่รึไง แล้วก็ตบตีกัน ซัดกันไปเรียบร้อย ปาชูลี่ ก็พูดว่าล้มเธอไปก็ไม่ได้อะไรหรอก เป้าหมายของปาชูลี่คือจัดการคนที่รวบรวมปราณจิตต่างหาก ออกมาซะ ซุยกะก็โผล่มา ปาชูลี่หาว่าซุยกะใช้พลังรวบรวมหมอกสีแดงสด ซุยกะปฎิเสธแต่ถามเหตุผลที่มาบนนี้ซุยกะก็ไม่ยอมบอก ปาชูลี่ก็บอกว่าคราวนี้เตรียมตัวมาอย่างดีเพราะคาดการณ์ไว้ก่อน ซึ่งซุยกะกำลังเบื่อร้องรำทำเพลงบนนี้พอดี ก็เลยออกกำลังกายซะหน่อย
หลังจากถล่มเรียบร้อยปาชูลี่ก็กลับคฤหาสนมารแดง แต่หลายวันผ่านไปภูมิอากาศยังคงประหลาดต่อเนื่องไม่เลิก แต่เธอกำลังศึกษาเรื่องแผ่นดินไหวจากการให้ปากคำที่น่าสนใจของผู้รับใช้มังกรอยู่ และเธอคิดว่าเรื่องแบบนี้ยังไงก็มีคนอยู่เบื้องหลัง เมื่อซาคุยะคาบข่าวมาบอกว่าศาลเจ้าพัง เธอจึงเข้าใจทันทีว่าเธอเข้าใจคนร้ายผิดตัว ถ้าเช่นนั้นทำไมยักษ์ถึงไปอยู่บนสวรรค์ได้ละ ด้วยความรู้สึกไม่สงบในใจ เธอเลยสั่งซาคุยะไปว่า "ไปทำให้มิโกะสนใจขึ้นไปเหนือเมฆทีสิ"
* สมแล้วที่เป็นผู้ทรงภูมิที่ไร้ประโยชน์ ไม่สิ... เรื่องในหนังสือเธอที่มีประโยชน์นั้นค่อนข้างจะนับครั้งได้เลย
* หนังสือเธอ รอบนี้เขียนเตือนแผ่นดินไหวด้วยเหต 3 อย่าง 1.สามารถมองเห็นหมอกสีประหลาด 2.ผู้รับใช้มังกรปรากฎตัว(ริวกูวโนะซึไก) 3.ปราณจิตของสิ่งมีชีวิตถูกดูดขึ้นไป...
* อนึ่ง ซุยกะเป็นยักษ์ จึงไม่โกหก แต่ไม่ค่อยชอบบอกข้อมูลอะไร
โยวมุ : ระยะทำการ ไกล้ จริงๆแล้วก็ กลาง-ไกล้ แต่ถ้าระยะกลางแค่ต้อนให้เข้าไกล้ได้ซะมากกว่า นั่นก็คือจะอัดให้สนิทต้องไกล้นั่นละ
เนื้อเรื่อง : โยว์มุเธอรู้สึกแปลกใจหลายอย่างแต่เรื่องที่ตรวจสอบก็คือการลดลงไปของวิญญาณที่หายไปเฉยๆ หลังจากตบตีไปเรื่อยๆก็ได้ยูคาริชี้ทางสว่างขึ้นฟ้าไปหาตัวการ แม้เท็นชิจะออกมาสาธยายกระบวนการต่างๆ แต่โยว์มุงงอย่างเดียว เท็นชิพยายามสาธยายต่อรวมถึงการที่โยว์มุต้องเอาชนะตัวเองให้ได้ แม้จะงงๆแต่โยว์มุก็รู้อยู่อย่างนึงว่าต้องซัดยัยนิสัยเสียที่อยู่ข้างหน้าซะแล้ว หลังจากอัดเด็กเลวเรียบร้อยก็กลับมาฮาคุเคียคุโรว์ แล้วก็โดนยูยูโกะต่อว่า เรื่องอากาศกลับมาร้อน เพราะโยว์มุทำอะไรตามใจแท้ๆ โยว์มุพยายามแก้ตัวและอธิบายเรื่องปราณจิตกับการที่จะเกิดเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ... ยูยูโกะเลยอธิบายกลับไปอย่างละเอียดกว่า ว่าธรรมชาติของปราณจิต หรือก็คือขอให้อยู่ในสภาพไร้การรับรู้ได้ละก็ จะสามารถควบคุมสภาพอากาศได้ตามใจเลยแท้ๆ โยว์มุเริ่มรู้ตัวแล้วว่ายูยูโกะตั้งใจปล่อยให้มันเป็นไป พอถามเรื่องแผ่นดินไหว ยูยูโกะก็บอกว่าโยว์มุยังอ่อนอยู่เยอะนะ แค่กำจัดหมอกสีแดงสด ไม่สามารถหยุดแผ่นดินไหวได้หรอก แล้วยูยูโกะก็แนะนำให้โยว์มุเตรียมตัวรับมือแผ่นดินไหวโดยการเก็บข้าวของ โยว์มุนั้นคิดว่าถ้ามีทางที่ทำให้เกิดแผ่นดินไหวขึ้นได้ ก็น่าจะมีทางที่จะทำให้มันสงบเหมือนกัน เธอจึงคิดจะไปแดนสวรรค์อีกครั้งแล้วสอบถามชาวสวรรค์นั่นอย่างใจเย็นอีกครั้ง
*โยว์มุเธอมันชะตาเดียวกับอุดงเกเลย
เรมิเรีย : ระยะทำการ กลาง-ไกล้ จริงๆแล้วไกล-กลางไกล้ แต่ไกลมันก็คือพุ่งมาไกล้นั่นละนะ เวลาเบรคสเปลอย่าลืมใช้ท่าพุ่งชนอมตะ ไม่งั้นเสียเวลากับสเปลสุดท้ายของยูคาริมาก เป็นตัวละครที่ซัดกันแบบสตอรี่โหมดแล้วลำบากกว่าที่คิด เพราะเวลาแดชหลบกระสุนมันเคลื่อนเร็วไป กะพลาดอยู่บ่อยๆ ถ้าใช้ซัดกันปกติมันเป็นข้อได้เปรียบแต่พอต้องเบรคเสปลแล้วกลายเป็นว่าต้องหลบเยอะขึ้นไปอีก - -" หรือเป็นเพราะต้องเจอกับยูคาริเป็นบอสใหญ่ก็ไม่รู้
เนื้อเรื่อง : ว่างมากแล้วก็เบื่อมาก เลยทำการตรวจสอบสาเหตุสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วอย่างเช่นฝนตกกระทันหัน เมื่อเห็นเมดชักช้าไม่ใส่ใจ เธอก็เลยสั่งสอบเมด? แล้วก็ไปหาปาชูลี่ เมื่อเห็นปาเจปุ๊ปยังไม่ทันที่ปาเจจะอธิบายอะไร คุณหนูเอาแต่ใจก็จัดการตบตีเวรคืน?ยืมที่ห้องสมุดมาเปิดการสอบปากคำ โดยให้เมดออกไปหาผู้น่าสงสัย แล้วส่งเข้ามา จากนั้นคาริสม่าของเธอก็ลดไปครั้งล่ะ 100 ตามจำนวนคนที่เข้ามาหา วิธีสืบสวนคือ สงสัยไว้ก่อน อัดให้แหลก เสร็จแล้วค่อยพิจารณา(พันธ์เดียวกับมิโกะเป๊ะ) เมื่อรู้ข่าวศาลเจ้าถล่มและถล่มมิโกะเรียบร้อย เรมิเรียก็ทำท่าจะเลิกสอบปากคำล่ะ แล้วยูคาริก็โผล่มาพูดให้คาริสม่า เพิ่มขึ้นซักสองสามร้อย เมื่อไล่ให้ยูคาริไปแก้ปัญหาแล้ว ก็เลิกสอบปากคำ จากนั้นเรมี่ก็ไปค้นคว้าเรื่องอากาศจากหนังสือของปาเจ ปาเจเห็นเรมี่เสียเวลามากเลยเข้ามาบอกเล่มที่เรมี่ควรดู แล้วก็บอกว่าให้เก็บหนังสือเข้าที่เดิมด้วย แต่เรมี่ก็ลื้อซะเละจนจำไม่ได้ว่าหยิบจากไหนแล้วด้วย ปาเจก็จะอธิบายทุกอย่างให้เรมี่ฟัง แต่เรมี่บอกคราวนี้เธอจะลองตรวจสอบดูเอง
ปาเจ... คงจะเบื่อสินะ
เรมี่... มากเลยแหละ
ปาเจ... งั้นก็ให้ซาคุยะชงชามา2ที่ละกัน
เรมี่... นั่นสินะ เอา3ที่เลย
เรมิเรียคิดว่าถ้าไม่เพราะมีฝนตกกระทันหันอยู่ทั่วละก็ สามารถที่จะไปจัดการศัตรูได้ด้วยตัวเอง นั่นก็เพราะรู้ที่อยู่ของศัตรูแล้วนั่นเอง
* เรมิเรียระดับคาริสม่าลดลงเรื่อยๆ ต่ำกว่ายูยูโกะแล้วมั้งเนี่ย
* เป็นเนื้อเรื่องที่ลืมไปเยอะเพราะซัดกับยูคาริอยู่นาน กว่าจะนึกออกว่าเรมี่มีท่าขี้โกงอยู่ ไม่ใช้นี่เล่นลำบากมากเพราะยิงได้ครั้งนึงก็กระเด็นติดจอครั้งนึง เปลืองเนื้อเปลืองตัวมาก
ยูยูโกะ : ระยะทำการ ไกล-กลาง-ไกล้ นอกจากกระสุนช้ากับเคลื่อนตัวอืดแล้ว อย่างอื่นถือว่าดี ประมาณช้าแต่โดนแน่ๆ ที่น่าใช้มากเพราะกระสุนและท่าเธอสวยที่สุดแล้ว(มั้ง)
เนื้อเรื่อง : ...เที่ยวชมหิมะนอกฤดูกาลตามสถานที่ต่างๆ แวะกินปลาไหลไฟฟ้ากลางเมฆ ทักทายชาวสวรรค์เล็กน้อยพร้อมกับกำชับให้ยื้อให้นานที่สุด? หลังจากคุณหญิงกับเด็กเลวทำการเจรจา? เรียบร้อยแล้ว ก็กลับตำหนัก รังนอน ณ ฮาคุเคียคุโรว กลับไปแล้วก็เรียกให้โยว์มุเอาเตาผงมา เธอบอกว่าต้องดูแลระวังไม่ให้ร่างกายทรุดโทร แม้จะไม่มีร่างกายก็เหอะ โยวมุก็จะถามว่ามันเกิดอะไรกันแน่ ถึงมีอากาศแบบนี้ หน้าร้อนแท้ๆแต่หิมะกลับตก ยูยูโกะอธิบาย สภาวะอากาศก็เป็นจิตอย่างนึง ถ้าปราณจิตของสิ่งมีชีวิตคือวิญญาณแล้วละก็ สภาวะอากาศก็คือปราณจิตของฟ้า โยว์มุดูเหมือนจะไม่ค่อยเข้าใจ ได้แต่รับคำไปเฉยๆ ยูยูโกะจึงพูดต่อ "เธอคิดจะไปตรวจสอบเรื่องสภาพอากาศสินะ" ไม่จำเป็นต้องตรวจสอบหรอก ตราบที่เธอยังสนุกกับหิมะนี้ได้อยู่ละนะ
โยว์มุ... อย่างนั้นหรือคะ....
อีกไม่นานคงมีใครรู้สึกถึงภัยพิบัติของอากาศแล้วกระมัง ชาวสวรรค์นั่นคิดจะทำอะไรเนี่ย ยูยูโกะไม่เข้าใจหรอก แต่ที่เหลือเรื่องน่าสนุกไว้ให้แบบนี้ ก็รู้สึกขอบคุณอยู่ ฮิโซเท็น พื้นที่ส่วนนึงบนแดนฟ้า โลกที่ไร้การรับรู้ แต่ว่าผู้ที่อยู่ที่นั่นเองก็ กลับยังเป็นผู้ไม่สมบูรณ์อยู่เช่นกัน
* ยูยูโกะคราวนี้ได้อาหารเพิ่มมาอีกอย่างแล้วสิ ถ้ามีมังกรโผล่มาเมื่อไหร่ เธอคงมีบทออกบินอีกแหง
ยูคาริ : ระยะทำการ ไกล-กลาง-ไกล้ ไกล้=คอมโบร่มอรหันต์ กลาง=กระหน่ำหลายทิศทาง ไกล=กระสุน5สาย เรียกว่าเป็นอะไรที่ร้ายกาจมากๆ แถมมีท่าขี้โกงร่มอรหันต์อีก ถ้าไม่ใช่เพราะมีลักษณะประหลาดๆ ออกท่าเสร็จแล้วต้องชะงักไปนิดนึง แม้แต่มิโกะอาจจะเอาชนะไม่ได้ก็เป็นได้
เนื้อเรื่อง : เริ่มด้วยไปการตบตีมิโกะที่เย็นใจไม่ยอมรีบซ่อมศาลเจ้า แล้วก็อุบอิบเรื่องอายุขณะปีนเขา เผอิญเจอยมทูตจอมอู้เข้า ก็เลยตบตีให้กลับไปฟังท่านเอ็นม่าด่าทอซะ ปีนเขาต่ออีกนิด เจอหัวขโมยหน้าด้าน หลังจากมาริสะสาธยายสิ่งที่จะทำ... ยืม(ตลอดชีพ)ของจากแดนสวรรค์ ยูคาริก็เลยบอกไปว่า มนุษย์ผู้โง่เขลา อย่างเธอคิดเอาแต่จะสบายอย่างเดียว ว่าแล้วก็ไล่ให้ลงเขาไปก่อนพวกเท็นกุจะมาเจอ หลังจากอัดให้ยับเยินแล้ว มาริสะจะบอกมาว่าเจอเอ็งเนี่ยโชคร้ายกว่าเจอเท็นกุอีก พอได้ยินว่ายูคาริจะไปแดนสวรรค์เหมือนกัน มาริสะเลยคิดว่ากลับไปนอนบ้านดีกว่า จากนั้นยูคาริก็ไปต่อจนเข้าในระดับเมฆแล้วก็บ่นอะไรเสียมารยาทต่อสวรรค์มากๆออกมา อิคุก็โผล่มา หลังจากทักทายแล้วยูคาริจะทักเรื่องแผ่นดินไหว อิคุจะบอกว่าไม่ต้องห่วงแล้วเพราะคุณหนูโซริวเอาหินศักดิสิทธิไปยัดไว้แล้ว (รู้สึกว่าเนื้อเรื่องของอิคุจะเกิดจนจบก่อนแล้วยูคาริค่อยเริ่ม) การที่เธอมาอยู่ที่นี่ได้เป็นเพราะเธออาศัยอยู่ที่สวรรค์ไม่ใช่เรื่องแปลกแต่ยูคาริตะหากมานี่ทำไม ยูคาริจึงบอกว่าเธอมาหาชาวสวรรค์ ฮินานาอิ เท็นชิ อิคุก็บอกว่านั่นก็คุณหนูโซริวสินะ มีธุระอะไรเหรอ ยูคาริก็บอกว่าจะมาทำให้กลายเป็นคนที่หายไปน่ะ
อิคุ... แหมๆ ป่าเถื่อนจังนะ
ยูคาริถามว่าเท็นชิอยู่ไหนอิคุก็ตอบกลับไปว่าตอนนี้น่าจะอยู่ที่ผืนพิภพนะ ยูคาริจะบอกว่า นั่นมันขัดกับที่เรย์มุบอกมาเลยนะ (เป็นวันร้องรำทำเพลงเท็นชิเลยไม่ลงมาซ่อมศาลเจ้า)
อิคุเลยขอเมาส์ พูดกันแค่ตรงนี้นะ คนๆนั้นน่ะมีอิสระเกินจนไม่รู้จะจัดการยังไงดีแล้ว แม้แต่พวกชาวสวรรค์เองก็เหอะ
ยูคาริไม่เชื่อ จริงๆแล้วซ่อนตัวไว้ใช่มั้ยล่ะ อิคุไม่ยืนยันชัดเจนแต่บอกว่า คิดว่าคงจะไม่อยู่จริงๆนา หลังจากเค้นคอ?ให้สารภาพ อิคุก็ยังบอกว่าไม่อยู่จริงๆ ยูคาริเลยบ่นอุบ "หือม์ รู้สึกว่าจะเสียทั้งเวลาแล้วก็พลังกายไปโดยเปล่าประโยชน์สินะ"
อิคุ... ถ้าเกิดคิดจะลงโทษคุณหนูโซริวละก็ กรุณาช่วยลงมือด้วยละกัน
อ๊ะ แต่แน่นอนว่าเรื่องที่ฉันพูดไปเนี่ยขอให้เป็นความลับนะ
ยูคาริ... เมื่อกี้ก็บอกไปแล้วไม่ใช่เหรอ ไม่ได้จะลงโทษแต่จะทำให้กลายเป็นคนที่หายไปตะหากล่ะ
หลังจากบ่นอุบอิบเธอก็ถ่อไปศาลเจ้า เห็นศาลเจ้ายังพังค้างคาก็เหนื่อยใจแล้วก็กะว่าจะฉวยโอกาสนี้ตรวจสอบหินศักดิสิทธิดูซะเลย
ก็บังเอิญมาเจอซุยกะพอดี ยูคาริก็บอกว่ามาดูว่าเมื่อไหร่ศาลเจ้าจะซ่อมเสร็จซะที
ซุยกะ... อาา รู้สึกว่าบางทีก็มีพวกนางฟ้าลงมาซ่อมอยู่เหมือนกันล่ะ แต่แบบนี้มันไม่ช่วยให้งานเร็วขึ้นสักนิด
ยูคาริ... ทำไมตอนที่ฉันอยู่เนี่ยไม่เคยเห็นเลยน๊า โดนเกลียดแล้วหรือเปล่าน๊า?
ซุยกะ... โดนเกลียดอยู่แล้วไม่ใช่เรอะ? จากทุกคนเลย (* ซุยกะไม่โกหก ^ ^")
ยูคาริ... แย่จังเลยน๊า... ผู้รับใช้วังมังกรก็ฝากฝังมาซะด้วยสิ
ซุยกะถามว่าเรื่องอะไร
ยูคาริ... ไปจัดการสับแหลกเด็กคนนั้นให้เละไปเลย
ซุยกะ... เห นั่นมันก็ป่าเถื่อนเอาการอีกแล้วนะ
ไหนๆก็มาแล้วซุยกะเลยชวนมาเล่น?กันหลังจากห่างไปนานี ยูคาริก็บ่นๆว่า จริงๆแล้วก็ไม่ได้ว่างมากนักหรอกนะ
หลังจากเล่นสนุก?กับยักษ์น้อยเรียบร้อยแล้ว ยูคาริก็ขอตัว ซุยกะก็บอกว่า นั่นสินะถ้าเล่นต่อไปเรย์มุคงจะโกรธแหง
ยูคาริบ่น พักนี้ไม่ค่อยมีโชคเลยน๊า แล้วยูคาริก็เลยขอให้ซุยกะช่วยอะไรสักหน่อย
ซุยกะแปลกใจนิดหน่อยแต่ไม่ปฎิเสธ ยูคาริบอกเหนื่อยจะขอตัวกลับไปนอนก่อน
ซุยกะ... จะว่าไปแล้วทั้งๆที่ยังเป็นตอนกลางวันแท้ๆ กลับยังอยู่ที่โลกนี้อีกเนี่ยมันแปลกอยู่นา
ยูคาริ... มันเป็นเรื่องที่ว่า ฉันเองก็กำลังพยายามอยู่ยังไงล่ะ
ถัดมา เท็นชิกำลังเปิดงาน
เท็นชิ... เอาล่ะเอาล่ะ พิธีฉลองศาลเจ้าเกิดใหม่ที่สร้างเสร็จสมบูรณ์จ้า
ศาลเจ้านั้นด้วยเหตุเภทภัยจึงพังทลายไปแต่ว่า ได้เกิดใหม่มาอย่างแข็งแกร่งและงดงาม
จะว่าไปแล้ว ศาลเจ้าเนี่ยเพราะอะไรถึงยังคงมีรูปร่างเหมือนเดิมไม่มีการเปลี่ยนแปลง และก็ไม่พังทลายไป แถมยังรวบรวมศรัทธาได้อีกนะหรือ?
นั่นก็เพระศาลเจ้าญี่ปุ่นเนี่ย ทำได้ด้วยลักษณะที่เป็นแบบเฉพาะซึ่งเป็นเหตุผลอันลึกซึ้งอยู่
ซึ่งแบบเฉพาะนั้นก็คือ ชิคิเน็นเซ็นกูว พิธีที่จะสร้างสิ่งก่อสร้าง(ศาลเจ้า)ขึ้นมาใหม่ในรอบหลายปี
ในเหตุการณ์คราวนี้ โอกาสนี้ ศาลเจ้าฮาคุเรย์เองก็ได้ทำชิคิเน็นเซ็นกูว....
ยูคาริ... จับตัวได้แล้ว
เท็นชิตกใจ... อะไร อะไร นี่อยู่ระหว่างพิธีฉลองศาลเจ้าเกิดใหม่ที่สร้างเสร็จสมบูรณ์นะ
ยูคาริ... ศาลเจ้าแบบนี้พังทิ้งไปเลย
เท็นชิ... อยู่ดีๆก็โผล่มาพล่ามอะไรกัน เรื่องแบบนั้นไม่ให้ทำหรอก
ยูคาริ... เห ทีตัวเองยังถล่มเรียบหน้าตาเฉยแท้ๆ ตอนนี้กลับมาพูดว่าห้ามทำลายเหรอ?
เท็นชิ... อึก นั่นมัน
ยูคาริ... ใส่อะไรเข้าไปละสิท่า
เท็นชิ... พูดเรื่องอะไรเรอะ?
ยูคาริ... รู้อยู่แล้วล่ะ เชื้อสายตระกูลเจ้าน่ะศาลเจ้าถือครองไว้อยู่ใช่มั้ยล่ะ
ทำการเปลี่ยนแปลงศาลเจ้าเอาตัวเองสะดวกเข้าว่า เป็นแผนการที่คิดจะเพิ่มที่อยู่ของตัวเองใช่มั้ยล่ะ?
เท็นชิ... เอ้ ใช่แล้วจ๊ะ ก็ดีไม่ใช่เหรอเรื่องแค่นี้ แล้วมีปัญหาอะไรล่ะ?
ยูคาริ... ดังนั้นพังทิ้งไปเลย
เท็นชิ... หุหุหุ โยว์ไคที่หมอบคืบคลานกับผืนดินจนเหม็นฟุ้งกลับมาพูดเรื่องน่าสนุกให้ฟังซะนี่
ยูคาริ... ช่วงนี้ไปดูที่แดนสวรรค์มาแล้วล่ะ แดนสวรรค์เนี่ยกว้างขวาง ที่ดินก็ดูเหมือนจะมีเหลือเฟือนี่นะ
ทั้งๆที่เป็นแบบนั้นยังอยากจะมีที่บนผืนพิภพอีกเนี่ย...
เท็นชิ... การจะอยู่อย่างขาดแคลนโดยปราศจากความขมขื่นนั้นลำบากอยู่
แม้จะอยู่ที่ผืนพิภพก็ไม่ควรจะอิจฉานะ!
ยูคาริ... โชคลาภที่ไม่ให้อะไรคือความใจดี
มือถือสากปากถือศีลน่ะ ลักษณะของชาวสวรรค์แบบมองจากด้านบนลงมาแบบนั้น
จงจากผืนดินนี้ไปอยู่อย่างโหดร้ายซึ่งงดงามซะ (แปลไทยอีกรอบ=ไสหัวกลับสวรรค์ไปเลย)
ว่าแล้วตัวร้ายก็ปะทะเด็กเลว หลังจากอัดให้กระจุยแล้วภาพก็ตัดมาที่ศาลเจ้า...
ศาลเจ้าฮาคุเรย์ในหน้าร้อน ด้วยแผ่นดินไหวเลยถล่มไป และด้วยฝีมือของชาวสวรรค์จึงบูรณะกลับมาดังเดิมได้ครั้งนึงทว่า
จากการต่อสู้ของโยว์ไคปะทะชาวสวรรค์จึงได้กลับถล่มไปอีกครา
เรย์มุถึงกับคร่ำครวญ "โธ่เอ๊ย จะเป็นไงก็เป็นไปเลยสิ" นั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลก เพราะเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ศาลเจ้าถึงกับพังไป 2 ครั้ง
เรย์มุ... พึ่งจะซ่อมไปแท้ๆ......
โยว์มุ... น่าน่า เดี๋ยวซ่อมอีกทีก็พอแล้วล่ะ
มาริสะ... คราวที่แล้วเหตุวิบัติแต่คราวนี้เหตุ(คน)วิบัติละสินะ
เรย์มุ... ศาลเจ้าเนี่ยพังง่ายๆแบบนี้มันจะดีเหรอ? เอ๊ะ จะว่าไปแล้วหินศักดิสิทธิยังปลอดภัยอยู่รึเปล่านะ
มาริสะ... หินศักดิสิทธิ?
เรย์มุ... ชาวสวรรค์นั่นเอามาใส่ให้นั่นละ เห็นว่าช่วยยับยั้งแผ่นดินไหวอะไรเนี่ยล่ะ... อืม ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ถูกเอาออกไปนะ
ซาคุยะ... แต่ว่า ......หินศักดิสิทธินั่นเนี่ยอาจจะเป็นกับดักของชาวสวรรค์ที่ทิ้งไว้รึเปล่า?
เรย์มุ... ห๊ะ! แต่ว่า ได้ยินว่าถ้าดึงออกจะเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ด้วยสิ.......
ซุยกะ... ไม่ต้องห่วง! ไม่มีอะไรต้องกังวล
เรย์มุ... โอ๊ะ มาตั้งแต่เมื่อไร
ซุยกะ... ตรวจสอบเรียบร้อยแล้วล่ะหินศักดิสิทธินั่นเป็นของจริงนะ ห้ามเอาออกเด็ดขาดเลย
เรย์มุ... งั้นเหรอ? ว่าแต่นั่นแต่งตัวแบบนั้นทำไม?
ซุยกะ... มันก็แน่อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ จากนี้ไปก็จะสร้างศาลเจ้าขึ้นใหม่ไงล่ะ
เรย์มุ... จะช่วยงั้นเหรอ?
ซุยกะ... โดนยูคาริไหว้วานมาละนะ ตรวจสอบหินศักดิสิทธิแล้วก็การซ่อมแซมศาลเจ้า
เรย์มุ... ......
ซุยกะ... จะซ่อมให้เร็วกว่าชาวสวรรค์ให้ดู เรื่องบบนี้เป้นของถนัดของยักษ์อยู่แล้ว แล้วก็พวกเทนกุเองก็จะมาช่วยด้วย
เรย์มุ... ......คิดจะใส่กับดักอะไรเข้าไปในศาลเจ้ารึ?
ซุยกะ... ไม่รู้สิน๊า~ แต่ว่า มันก็ดีกว่าให้ชาวสวรรค์มาใส่กับดักไม่ใช่รึไง?
เรย์มุ... จะทางไหนก็ไม่ดีทั้งนั้น
ซุยกะ... เอ้า มาเริ่มงานฉลองเพื่อเป็นที่ระลึกการเริ่มสร้างกันเถอะ
ทั้ง4คน... อีกแล้วเรอะ!
ตกลงว่าศาลเจ้าก็จะถูกซ่อมโดยยักษ์กับเทนกุไป เรย์มุนั้นระหว่างชาวสวรรค์กับยักษ์เนี่ยจะเชื่อฝ่ายไหนดีก็ลำบากที่จะตัดสินใจ
และไม่ว่าจะฝั่งไหนจะเกิดผลด้อยยังไงกับตนนั้น ก็ไม่เข้าใจ
ถ้ายังงั้นล่ะก็ ทำการสร้างใหม่เป็นรอบๆอาจจะดีเหมือนกัน คิดว่านำชิคิเน็นเซ็นกูวมาประยุกต์ใช้ก็คงได้กระมัง
* สำนวนคุณเธอแปลแล้วปวดหัวมาก สารภาพว่าเผาเยอะ
* ว่าแต่ซีนาริโอ้นี้ชวนให้คิดว่ายูคาริมีตัวตนอยู่ที่โลกอื่นด้วยยังไงก็ไม่รู้แฮะ
อายะ : ระยะทำการ กลาง-ไกล้ เร็วไว้ก่อน ท่าโจมตีได้หลายทางแต่นอกนั้นค่อนข้างแย่ รัวไกล้อย่างเดียวไม่ได้ กลางอย่างเดียวก็ไม่ไหว ไกลนี่โอกาสเสียเปรียบมีเยอะ เป็นตัวที่เล่นแล้วต้องเหินหรือรัวให้มากหน่อย
เนื้อเรื่อง : ไปคอยตามดูมิโกะแล้วเผลอลุย เพราะกลัวมิโกะหนี(ที่จริงจะไปเก็บผ้าเพราะอากาศเปลี่ยนเป็นพายุ) มิโกะสังหรณ์เฉียบกล่าวทิ้งท้ายว่า ที่อากาศเป็นแบบนี้เป็นเพราะเธอใช่มั้ย เท็นกุปฎิเสธแล้วบินต่อไป รายต่อไปคือมาริสะ จะขอสัมภาษณ์ แล้วอากาศก็เปลี่ยน มาริสะ เห็นว่าตัวการที่ทำให้เกิดลมพายุคงเป็นอายะ เลยจะไล่กลับไป หลังจากตื้อสำเร็จ? มาริสะเลยบอกว่าอากาศไม่ดีจะนอนในบ้านอย่างเดียว อายะเห็นว่าไม่น่าสนใจจึงบินต่อไปอีก ต่อไปเป็นโควมะคันแล้วก็เจอกับซาคุยะที่ออกมาปฎิเสธอย่างรวดเร็ว หลังจากคุยเรื่องสภาพอากาศเล็กน้อยแล้วก็ลุย หลังจากเอาชนะได้แล้ว อายะจะเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติของอากาศขึ้นมาบ้าง แต่ก็บุกเข้าไปในโควมะคันเลย เธอก็ทำเหมือนรายการสารคดีสำรวจโลก แล้วเรมิเรียก็โผล่มาแบบสัตว์ประหลาดโลลิที่พึ่งถูกค้นพบ(คาริสม่า -300) แม้จะอาโนเนะสุดๆ แต่อายะยังเล่นต่อไป
สาเหตุที่เรมิเรียยอมเล่นด้วยขนาดนี้ก็เพราะเบื่อ อากาศก็ประหลาดอยู่ดีๆฝนก็ตกลงมาเธอเลยไม่อยากออกไปข้างนอก ตอนนี้อายะเริ่มสนใจแล้ว "อยู่ดีๆอากาศก็เปลี่ยนงั้นเหรอ" แล้วเธอก็เล่นกันต่อ สัตว์ประหลาดไล่กินเนื้อ... กับนักข่าวผู้ประสบภัยที่รายงานข่าวจนนาทีวิกฤต
หลังจากเล่นกันจบ เรมิเรียก็บอกว่าถ้าหนังสือพิมพ์เสร็จกบอกด้วยละ อายะก็บินต่อไปหร้อมกับความคิดเรื่องอากาศ หลังจากกลับมาภูเขาถิ่นเก่า อายะกำลังกลุ้มเรื่องข่าวที่สำคัญๆไม่ค่อยมี? เธอคงเขียนบันทึกสนุกๆไม่ได้ มิโกะก็มา บอกว่าศาลเจ้าพังแล้ว เพราะแผ่นดินไหว
อายะก็อุทานมา เอ๊ะ นั่นมันน่าจะเป็นข่าวได้ใช่มั้ย เรย์มุไม่สนใจให้ทำตามใจไปเลย ส่วนตัวเองกำลังตามหาผู้รับผิดชอบอยู่ แต่จะอย่างไรก็ตาม อายะไม่อนุญาติให้เข้ามาในภูเขาตามอำเภอใจหรอก จึงทำการไล่เรย์มุกลับไป แน่นอนไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ เหตุผลจะเป็นอะไร ถ้าใครขวาง มิโกะบู๊แหลก หลังจากปล่อยให้มิโกะไปต่อ (สู้กันตามธรรมเนียมเสร๊จ) อายะก็ไปถ่ายภาพกะเอาไปลงหนังสือพิมพ์ พอดีมิโกะกลับมา บอกว่าไปเจอยัยคนน่าโมโหสุดๆมา แต่ก็เป็นที่ตกลงว่าจะให้มาซ่อมศาลเจ้าให้ อายะเลยบอกว่ามาถ่ายรูปศาลเจ้ากันไว้เถอะ เรย์มุถามว่าเพื่ออะไรล่ะ อายะจึงตอบไปว่า สักวันต้องมีเวลาที่รูปพวกนี้จะเป็นประโยชน์อย่างแน่นอน อายะคิดว่าถ้าเกิดศาลเจ้าโดนเปลี่ยนแปลงไปทีละน้อยละก็ ถ้ายังมีรูปเหล่านี้อยู่ก็จะรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงได้ รูปภาพนั้นมีความถูกต้องที่ความทรงจำของผู้คนไม่มีอยู่ ซึ่งอายะรู้เรื่องนั้นดี

* โอ้ อายะ สรุปแล้วก็ไม่ได้คิดจะทำอย่างอื่นนอกจากหาข่าวเลยสินะ ว่าแต่เท็งกุกับยักษ์น่าจเคยตบตีกันแย่งชิงพื้นที่มาก่อนนะเนี่ย(จากซีนาริโอ้ของซุยกะ)
โคมาจิ : ระยะทำการ กลาง-ไกล้ โจมตีแบบดุดัน เคียวนี้ถ้าชำนาญแล้วอัดอีกฝ่ายเจ็บหนักได้สบาย แต่กระสุนมันไม่ค่อยได้ดั่งใจเท่าไร นั่นทำให้ใช้ลำบากเอาการด้วย ถ้าอยู่ไกลได้เจ็บตัวแน่ แต่วิ่งแดชของเธอค่อนข้างโกงเลย
เนื้อเรื่อง : หาเรื่องฆ่าเวลา - -" ทั้งๆที่เข้าใจเรื่องสภาพอากาศ วิญญาณ และปราณจิต อย่างดี? มาริสะ... รุนแรง?ไม่เตะตาแต่แฝงด้วยความใจดี
มาริสะเข้าใจว่าโคมาจิมารับตัว แล้วก็ซัดกัน... ชนะแล้ว มาริสะจะถามว่าถ้าตอนมารับเนี่ยชนะยมทูตได้ก็จะไม่ตายใช่มะ โคมาจิ... อธิบายว่าคนธรรมดาไม่ชนะหรอก? แล้วก็ได้ข้อมูลมาว่าชาวสวรค์กำลังซ่อมศาลเจ้าอยู่ ทำให้เธอรู้สึกว่ามิโกะนั่นกว้างขวางไม่เบา
ซาคุยะ... เมฆหนา ไม่มีทั้งความสดสว่างและความเปี่ยมสุขภาพ แต่หลบเลี่ยงแสงอาทิตย์ที่อันตราย สำหรับการดำรงชีวิตแล้วความใจดีนั้นนับว่ามากกว่า(?????!!!!!) นับว่าเป็นอะไรที่พึ่งพาได้ ... ว่าแล้วก็ฆ่าเวลาทดสอบฝีมือกัน พอชนะไป โคมาจิก็บอกว่าไม่ต้องห่วงไม่ได้เอาวิญญาณไปหรอก ซาคุยะจึงถาม ถ้างั้นก็ไอ้นั่นอีกแล้วสิ (อู้) โคมาจิจึงบอก ไม่ใช่ การพักก็เป็นงานอย่างนึงเหมือนกัน จากนั้นก็แวะไปฮาคุเคียคุโรว แล้วก็กล่าวหาว่าโยวมุเป็นคนฟันวิญญาณทิ้งจำนวนเลยลดลง โยวมุอธิบายว่าเป็นฝีมือชาวสวรรค์ที่ตอนนี้กำลังซ่อมศาลเจ้าอยู่
ตอนนี้เลิกทำแล้ว สภาพอากาศเลยกลับมาเป็นอย่างที่มันควรเป็น
โคมาจิ " ว่าไงนะ" "อ๊ะ เปล่านะ ไม่มีอะไร นะ นั่นมันดีจังนะ ดีจัง" (โอกาสอู้เลยหายไปด้วยละสิ) คุยกันสักพักก็ออกกำลังคลายร้อน โยวมุไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไร หลังจากชนะเธอก็รู้สึกตัวว่า คงจะอยู่อู้อีกไม่ได้นานแล้ว แล้วเธอก็มุ่งหน้าไปป่าไผ่แห่งการหลง
เจอเรย์เซ็น กระต่ายสาวก็ทักว่า อ๊ะ ยมทูตที่มีชื่อเสียเรื่องงานไม่...(ไม่ยอมทำ) โคมาจิเลยตอกกลับไป งั้นก็ทำงานตรงนี้เลยดีมั้ย(เก็บวิญญาณ) อุด้งเกปฎิเสธ ทันใดนั้นอากาศก็เปลี่ยน สายลมแห่งใจที่ขาดสมดุลย์ที่จะเกิดจากปราณจิตของคนไม่ดี เป็นวิญญาณที่นิสัยจะเปลี่ยนไปตามคู่สนทนาสินะ เหมือนเป็นผู้เชี่ยวโลกอยู่ แต่อีกด้านของใจที่ป่วยนี้สามารถจะโสโครกแปดเปื้อนได้ง่าย แต่กับท้องฟ้าของเรย์เซ็นแล้วยังสว่างสดใสไม่หลงทาง....
หลังจากเรย์เซ็นหงุดหงิดฟังไม่รู้เรื่องจะขอตัว ก็โดนชวนให้เล่นกันสักนิด หลังเล่นจบโคมาจิก็รู้สึกว่าไกล้หมดเวลา(อู้) ซะแล้ว หลังจากหยอกเรย์เซ็นเรื่องตายแล้วจะทำอะไร (หรือจะว่าทำงานไปนิดนึงดีล่ะ) แล้วก็ร่อนต่อไป ไปเยี่ยมชมศาลเจ้าปรากฎยังไม่ได้ซ่อมอะไรกันสักนิด
พอเรย์มุมาเมฆก็หายหมดอากาศร้อนขึ้นมาทันที เรย์มุจึงบอกว่า รู้สึกว่าให้ทิ้งเวลาไปพักนึงเดี๋ยวก็จะกลับเป็นปกติเองแหละประมาณนั้น
...ฟ้าแจ้งคือการที่แสงอันตรายได้สาดส่องไปยังสิ่งมีชีวิตทั้งหลายโดยตรง กลางวันก็ร้อน กลางคือนก็หนาวเย็น เรื่องคดงอนั้นไม่มีแต่ ความยืดหยุ่น ก็ไม่มีด้วย ความเมตตานั้นไม่มี แม้แต่เสี้ยวของความใจดียังไม่มี
เรย์มุ... หนวกหูจริง ถ้าจะมายุ่งละก็ออกไปเลยนะ ว่าแต่อู้งานมาสินะ
โคมาจิ... เข้าใจดีเลยนี่นา
(อนึ่งถ้าโคมาจิแพ้ เรย์มุจะบอกว่าถ้ามีเงินมากขนาดนั้นก็บริจาคซะมั่งสิ ว่าแต่นั่นเงินประเทศไหนกันรึ) เมื่อเรียบร้อยเธอก็กะจะกลับไปทำงานต่อ? เรย์มุก็พูดว่าดีจังนะ เลือกเวลาทำงานเองได้ ว่าแล้วเท็นชิก็โผล่มา ทำความรู้จักกันเสร็จเท็นชิก็ตกใจที่โคมาจิเป็นยมทูต เธอก็รีบบอกทันทีว่า
ยมทูตเนี่ยคงไม่มีธุระอะไรกับชาวสวรรค์อย่างเธอสินะ โคมาจิเลยบอกว่า ชาวสวรรค์เองก็มีช่วงชีวิตเหมือนกัน เพียงแต่จะไม่ตายตามช่วงชีวิตเท่านั้น จากเท่าที่ดู เจ้าน่ะ(เท็นชิ)ช่วงชีวิตวนมาหาตั้งหลายรอบแล้ว ทุกๆครั้งนั่น ยมทูตที่มาหาก็ซัดชนะมาได้สินะ
เท็นชิ... อุฟุฟุ นั่นสินะ ยังคิดจะมารับอีกเหรอ ช่างทำเรื่องเปล่าประโยชน์ เธอไม่หลงไปกับการเชิญชวนของยมทูตหรอก
โคมาจิเลยบอกว่าความจริงเธอเป็นนายเรือ เธอไม่ฆ่าคนพร่ำเพรื่อหรอก แต่การตัดปราณจิต... วิญญาณเนี่ยมันทำให้ลำบากนะ
ถ้าไม่มีวิญญาณข้ามไปเนี่ย เธอจะถูกเพ่งเล็งเอา เดี๋ยวจะลำบาก เท็นชิกลับดีใจที่จะได้สู้กับยมทูตที่พายเรือข้ามฟากเพราะโอกาสมีน้อยนิด
โคมาจิเลยบอกว่า อย่าดูถูกยมทูตให้มากนัก ชาวสวรรค์เนี่ยน่าจะกลัวยมทูตไม่ใช่รึ
เท็นชิจะบอกว่าชาวสวรรค์กลัวอยู่ 5 สิ่ง และยมทูตก็เป็น 1 ใน 5 นั้นเพราะกลัวดอกไม้บนหัวจะเหี่ยวเฉา แต่อีก 1 ใน 5 ก็คือการไม่สนุก ดังนั้นเธอไม่ถอยเด็ดขาด
หลังจากสู้กันจบ โคมาจิก็กลับไปทำงานที่แม่น้ำซันสุ เธอก็ไปดูวิญญาณเด็กก่อหิน เพื่อเตรียมพร้อมจะข้ามแม่น้ำ แต่เด็กนั่นทำไม่ถูกวิธี
การพยายามก่อให้เกิดความหวังนั้น ความอยากจะบังเกิด ความอยากจะทำให้เกิดการหลง การหลงจะทำให้ความผูกพันตกค้างไว้
เจ้าจงทิ้งความพยายามผิดๆไปเสีย ยอมรับทุกสิ่งเพื่อให้สามารถสามารถข้ามแม่น้ำได้เถอะ วิญญาณเด็กยังคงก่อหินต่อ...
ถ้ายังไม่เข้าใจก็ทำต่อไปเถอะ เพียงแต่ การผูกติดนั้น ภายหลังจะกลายสภาพเป็นความแค้นความเกลียดชังไปสินะ เป็นเรื่องที่ไม่คุ้มค่าน่ะ
ถ้าเกิดคิดว่าลืมเรื่องทางโลกไปก็ดีเมื่อไรละก็... มาหาได้ทุกเมื่อ จะพาไปส่งฟากโน้นให้เป็นกรณีพิเศษเลย
โคมาจิคิดว่าสามารถที่จะเปลี่ยนงานไปเป็นยมทูตผู้ไปรับ(วิญญาณ) ได้ ถึงแม้ว่าจะโดนไล่ออกจากการเป็นนายเรือก็น่าจะอยู่ต่อไปได้
(นั่นแปลว่าชนะเท็นชิสินะ) ถ้าได้ตำแหน่งงานดึงวิญญาณแล้วละก็ จะรีบดิ่งไปแดนสวรรค์ แล้วลองสู้กับชาวสวรรค์ดู จะไม่ยอมให้พูดเด็ดขาดว่าไม่กลัวยมทูต ทว่า ยมทูตที่ตำแหน่งนายเรือยังไม่สามารถทำงานได้ดีเนี่ย งานแบบนั้นไม่มีทางได้รับมอบหมายมาหรอก ซึ่งโคมาจิไม่ได้รู้สึกตัวถึงเรื่องนั้นสักนิด
* เนื้อเรื่องเสียเวลามากเพราะอธิบายลักษณะของแต่ละคนด้วย ตกลงสบโอกาสนี่อู้แหลกสินะ โคมาจิ เจ้าของบล๊อคก็เช่นกัน ^^" การพักก็เป็นงานอย่างนึงนี่นา
อิคุ : ระยะทำการ กลาง-ไกล้ ท่าเร็ว แรงใช้ได้ ท่าก็สมดุลย์ แต่ตัวละครดันเคลื่อนไหวอืดอาดแบบผู้ดี ทำให้ซัดกับพวกความเร็วสูงกว่าแล้วเสียเปรียบ ยกเว้นจะเชี่วญชาญกระบวนท่า แขนเสื้อสายฟ้า ใช้สอยได้ชะงัดนัก
เนื้อเรื่อง : ตามหาเท็นชิ เพื่อจะรายงานเรื่องแผ่นดินไหว แต่มาเจอซุยกะแทน พอซุยกะบอกว่ารวบรวมมาได้ถึงขนานั้นเลยรึ อิคุจะงง รวบรวม?
พอคุยกันเป็นพิธีเรียบร้อย อิคุจะลงไปแจ้งเตือนให้ชาวพิภพรับทราบ ก็โดนซุยกะชวนเล่นกันก่อน เพราะแดนสวรรค์มันน่าเบื่อ พอเล่นกันสักนิด อิคุก็ขอตัว เธอก็ลงมาอธิบายเรื่องการเกิดแผ่นดินไหว(แบบเจอหน้าปุ๊ป บอกว่าจะมีแผ่นดินไหว แล้วก็ตีจากทันที - -")
คนแรกก็คืออายะ แต่อายะสนใจว่าทำไมเธอ(อิคุ)ถึงรู้เรื่องแผ่นดินจะไหวมากกว่า
อิคุ ตอบไปว่า เพราะเธอเป็นผู้รับใช้วังมังกรที่ทำหน้าที่นี้โดยเฉพาะ แล้วทำท่าจะชิ่ง อายะโมโห เพราะถ้าข้อมูลแบบนั้นเธอก็เขียนข่าวไม่ได้นะสิ
ซัดเทนกุสาวแล้วก็ขอตัว อายะจะบอกว่าโหดร้ายทิ้งความกังวลไว้ให้แล้วก็ไปดื้อๆ อิคุก็จะพูดว่า ขอเพียงเหลือความกังวลไว้ได้ ก็ถือว่างานเธอเรียบร้อยแล้ว แล้วเธอก็ไปแจ้งข่าวต่อ...ที่โควมะคัน ก็บอกกับเรมิเรียว่าจะมีแผ่นดินไหว แต่เรมิเรียกับบอกว่า ซาคุยะ~ ในบ้านมีคนแปลกๆอยู่ด้วยล่ะ~ อิคุไม่สนใจ เธอบอกว่า มาเตือนแล้วนะ ขอตัวไปก่อนล่ะ แต่เรมิเรียไม่เข้าใจสถาณการณ์เลยขอให้อิคุหยุดอธิบายก่อน อิคุก็บอกว่าเธอต้องไปแจ้งให้คนอื่นรู้อีกถ้าจะถามอะไรขอให้สั้นได้ใจความ เรมิเรียเลยถาม เธอเป็นใคร? อิคุตอบแต่ชื่อ แล้วก็บอกว่าหมดเวลาตอบคำถามแล้ว เรมิเรียต้องเรียกให้หยุดอีกรอบ เดี๋ยวสิ หลังจากจัดการเด็กช่างถาม? แล้ว อิคุก็บอกว่า เวลาที่เกิดแผ่นดินไหวนั้นไม่ทราบแน่นอน ขอให้ระวังด้วย เรมิเรียก็เลยพูดว่า นั่นหมายถึงให้อยู่ห่างจากผืนดินไว้ใช่มั้ย หรือก็คือลอยตัวอยู่นั่นเอง ต่อไปก็ไปแจ้งที่ฮาคุเคียคุโรว ซึ่งยูยูโกะก็บอกว่า ความจริงยังมีเรื่องที่เธอไม่รู้อยู่นะแผ่นดินไหวอาจไม่เกิดก็ได้ อิคุก็เลยพูดว่า นั่นสินะ คนของฮินานาอิน่าจะทำให้หยุดการเกิดแผ่นดินไหวได้อยู่หรอก แต่บางทีคงไม่ทำแบบนั้นกระมัง ยูยูโกะเลยพูดต่อ งั้นความจริงแล้วที่ฝังอะไรบางอย่างไปใต้ศาลเจ้าเพื่อให้แผ่นดินไหวสงบเนี่ยก็ไม่เกิดขึ้นจริงสินะ อิคุจะงง แล้วก็ตอบไป ทำไมถึงได้คิดอะไรแบบนั้นได้เนี่ยก็ไม่รู้หรอก แต่ว่า คงไม่มีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้น
แล้วอิคุก็จะขอตัวกลับที่อยู่เพราะไปแจ้งข่าวมาเกือบหมดแล้ว ยูยูโกะจึงร้องทัก เดี๋ยวก่อนสิ ไม่สู้กันหน่อยเหรอ สู้เสร็จ อิคุก็จะบอกว่า เพียงแค่มาแจ้งเตือนเรื่องแผ่นดินไหว ทำไมต้องสู้กันด้วยล่ะ ยูยูโกะเลยบอกว่า นั่นเพราะพูดอะไรไม่จำเป็นอะไรพวกนี้นะสิ อิคุยังไม่เข้าใจ บอกว่าก็พยายามพูดให้กระชับแล้วนา แล้วยังคงบอกให้ระวังแผ่นดินไหวต่อไปอยู่ดี พองานเสร็จเธอก็คิดว่าไม่ต้องอยู่ดูแลแล้วละนะ ที่เหลือก็ให้พวกที่อยู่บนผืนพิภพทำการป้องกันกันไป ยูคาริก็โผล่มาตัดพ้อ อ้าว นี่ไปแจ้งข่าวให้ฉันรู้แล้วเหรอ? อิคุก็ประหลาดใจ ถามยูคาริไปว่า อะเร๊ะ เธอเป็นฝ่ายมาถามเนี่ยเป็นเรื่องที่แปลกมากนะ ยูคาริจึงถามว่า แผ่นดินไหวจะเกิดขึ้นเหรอ อิคุก็บอกว่าใช่แล้ว ช่างน่าสลดใจ ยูคาริได้ฟังก็พูดว่า ...เหรอ ไม่เกิดแผ่นดินไหวสินะ เสียเวลากังวลเปล่าๆเลย อิคุงงอีกรอบ ยูคาริพูดต่อ แม้จะมีหมอกสีแดงสดออกมาก็เถอะ แต่แผ่นดินไหวก็ไม่เกิดขึ้นไม่ใช่หรือไงอะไรแบบนั้น ทำให้กังวลไปโดยไม่จำเป็น อิคุยังคงไม่เข้าใจ ไม่ใช่ไม่ใช่ไม่ใช่ บอกว่าจะเกิดขึ้นน่ะ...... ยูคาริกล่าวต่อ เหรอ สุดท้ายแล้วแผ่นดินไหวก็ไม่เกิดขึ้นสินะ อิคุเริ่มโมโห อยากจะบอกอะไรนะไม่เข้าใจหรอก แต่รู้สึกว่าเธอจะเป็นภัยคุกคามนะเนี่ย
(ถ้าแพ้ยูคาริจะบอกว่า ให้ลองไปตรวจสอบที่ศาลเจ้าดูหน่อยเป็นไง แต่นั่นก็เป็นเรื่องที่ฉันคาดไว้น่ะนะ)
หลังจากซัดยัยขี้แกล้งแล้ว ก็สอบถามว่าอยากพูดอะไร ซึ่งได้ความว่าให้ลองไปตรวจสอบที่ศาลเจ้าดู
เธอก็บอกว่าไปดูมาแล้วไม่เห็นมีอะไร ยูคาริจึงบอกว่าใต้ซากข้างล่างมีของชวนน่าสงสัยเกี่ยวกับแผ่นดินไหวอยู่
อิคุเลยบอกว่า งั้นลองไปดูสักทีก็ได้ ถ้าไม่มีอะไรละก็ จะเฝ้าสาปแช่งไปชั่วกัลป์ชั่วกัลเลย
แต่พอมาศาลเจ้าเธอก็จะรู้สึกติดใจเรื่องที่ยูคาริพูด ใต้(ซาก)หลังคานี่นะรึ ยังไม่ทันทำอะไร เท็นชิก็โผล่มา ผู้รับใช้วังมังกรที่ชื่อ... เอ อะไรหว่า
อิคุแนะนำตัวแล้วก็รายงานทันที เรื่องหมอกสีแดงสดล้นเต็มพิกัด เลยลงมาแจ้งเตือนเรื่องแผ่นดินไหวให้ชาวพิภพ เนื่องจาก ฮินานาอิทุกคนไม่อยู่กันเลย เลยไปแจ้งข่าวเองเท่าที่จะทำได้แล้ว
เท็นชิ... อ้าวๆ รายงานล่าช้าไม่ใช่เหรอ อิคุแก้ตัว เนื่องจากเป็นสถาณการณ์เร่งด่วน เพราะไม่รู้จะเกิดแผ่นดินไหวเมื่อไร
เท็นชิเลยบอกไป บ้าจังน๊า ถ้าพยายามตามหาฉันให้จริงจังกว่านี้ก็ดีแล้วแท้ๆ ไม่เกิดแผ่นดินไหวหรอก
อิคุ... เฮะ
เท็นชิกล่าวต่อ เพราะว่าเอาหินศักดิสิทธิไปใส่ที่ศาลเจ้าเรียบร้อยแล้ว
อิคุตกใจ เอ๊ะ ว่าไงนะ
เท็นชิอธิบาย ใส่หินศักดิสิทธิเข้าไปในใจกลางของศาลเจ้านี้แล้วล่ะ เข้าใจใช่มั้ย?
อิคุ เริ่มโมโห ทำอะไรตามใจตัวเองแบบนั้นอีกแล้วจะดีเหรอคะ?
อิคุอธิบาย การเกิดแผ่นดินไหวเนี่ยถ้าถึงเวลาแล้วไม่ยอมให้มันเกิด จะก่อให้เกิดความเครียดของพื้นผิวเพิ่มขึ้นมานะ ก็เข้าใจอยู่หรอกว่า ท่านคุณหนูโซริวคงมีความคิดอะไรอยู่แต่
เท็นชิ ตัดบท ไม่มีจ๊ะ ตอนนั้นก็ตอนนั้นล่ะ
อิคุ เดือด ....การหันมาสั่งสอนตบตีซะบ้างอาจจะดีกว่าละมั้งเนี่ย
เท็นชิยังคงพูดต่อไป คนรับใช้วังมังกรอย่างเธอน่ะ ไม่มีเหตุผลจะต้องมาโกรธสักนิด
ไม่คะ อิคุเดือดเต็มที่ ท่านคุณหนูโซริวรู้สึกจะโดนเอาใจมากไปสักหน่อย นานๆทีให้เจอเรื่องเจ็บๆเป็นการเรียนรู้ซะหน่อยเถอะ
เท็นชิ... เฮอะ เรื่องที่ฉันทำไม่มีอะไรผิดสักนิด สิทธิในการตัดสินอยู่กับฉัน!
(ถ้าแพ้เธอจะสั่งให้เรากลับไปทำความสะอาดเมฆ *อนึ่งถ้าไม่โดนยูคาริอัดมาซะอ่วมไม่มีแพ้ เพราะเป็นตัวละครที่อัดเทนชิได้เต็มไม้เต็มมือที่สุดแล้ว)
หลังจากสั่งสอนเด็กเลวเรียบร้อยแล้ว อิคุก็กลับสวรรค์ไปก๊งเหล้ากับซุยกะ อธิบายเรื่องหินศักดิสิทธิใช้ยับยั้งแผ่นดินไหวได้ก็จริงแต่นั่นก็จะพลอยมีผลให้เกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ในภายหน้าแทน เธอก็บ่นต่อว่า ไม่รู้เท็นชิจะไปอธิบายเรื่องนี้กับโซริวแห่งฮินานาอิยังไง
ซุยกะถามว่าโซริวเนี่ยคือบอสใหญ่ของเรื่องแผ่นดินไหวหรือ อิคุก็บอกว่า ประมาณนั้นแหละ แล้วเธอก็ถามถึงเหตุผลที่ซุยกะมาอยู่บนสวรรค์
ซุยกะเลยบอกว่า พื้นที่แถวนี้คือพื้นที่ของเธอ อิคุตกใจอีก ซุยกะเล่าต่อได้มาจากชาวสวรรค์นั่นละ(เท็นชิ)ด้วยวิธีแบบสันติ?นะ
อิคุตกใจที่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นด้วย อิคุกลุ้มใจ ทั้งหลายๆเรื่องที่เท็นชิทำอะไรเอาแต่ใจ ทั้งชาวสวรรค์ นางฟ้า(ประเภทที่จะเหาะได้ต้องใช้ผ้าคลุมนางฟ้า)ต่างเอือมระอา
ซุยกะ... วะฮะฮะ เอาน่า ดื่มเข้าดื่มเข้าแล้วก็ระบายออกมาให้สบายใจไปเลยเน้อ
การเอาหินศักดิสิทธิใส่เข้าไปเป็นการยับยั้งแผ่นดินไหวได้แต่ก็เป็นการกำหนดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ให้ตามมาเหมือนกัน สำหรับเรื่องนั้น
กับอิคุแล้ว งานของผู้รับใช้วังมังกรก็ลดลงไปหน่อยนึง ทำให้สบายขึ้นมาบ้าง แต่ก็รู้สึกเกิดกังวลอยู่นิดหน่อยขึ้นมา

* อิคุ นิสัยยังกะเลขาของหนังไทยเลย
* ผู้รับใช้วังมังกร อาจแปลได้ว่า ผู้รับใช้เจ้าหญิงมังกรก็ได้ แต่ที่แปลผู้รับใช้วังมังกรเพราะโทโฮมีเกี่ยวพันกับวังมังกรอยู่นิดนึง(ตอนที่3 โบวเก็ตสึโชว) แต่จริงๆก็ไม่น่าเกี่ยวข้องอะนะ
เท็นชิ : ระยะทำการ ไกล-กลาง-ไกล้ แรงเร็วแต่ต้องร่อนเยอะหน่อย ข้อได้เปรียบที่ดีที่สุดคือกระสุนเธอค่อนข้างโกง มองยาก แรงและยิงไว
เนื้อเรื่อง : เท็นชินั้นกำลังกลุ่มใจเพราะอุตสาห์สร้างซ่อมแซมศาลเจ้าขึ้นมาใหม่แล้ว แต่ก็โดนถล่มไปอีก (ยูคาริ)
หน้าที่ซ่อมแซมอีกรอบก็โดนอสูรน้อยนั่นแย่งไปอีก(ซุยกะ) พักนี้โชคไม่ดีเลยน๊า เธอตัดพ้อ
แล้วอยู่ดีๆ ยูยูโกะก็เข้ามาหา... เท็นชิสงสัยว่าทำไมยูยูโกะถึงมาหา เพราะถูกเรียกเลยมาหาไงละ
เท็นชิ บอก ใครเรียกมากันล่ะ ระหรือว่า
ยูยูโกะอธิบาย วันนี้มีการฉลองเพื่อ เป็นที่ระลึกก่อสร้างศาลเจ้า เลยจะมาฉลองกันที่นี่นะ
เท็นชิเข้าใจแล้วว่าคงเป็นฝีมือเจ้ายักษ์น้อยนั่นแน่ๆ ถึงจะไปหาที่ศาลเจ้าตอนนี้ก็คงไม่อยู่แล้วสินะ
ยูยูโกะจะรู้สึกตัวแล้วว่าเธอมาเร็วเกินไปแล้วสิ เห็นดังนั้นเท็นชิเลยชวนยูยูโกะฆ่าเวลา แต่ยูยูโกะยังคงขอกัดสักนิด ที่ว่างนะรู้สึกจะเป็นเธอมากกว่ามั้ง พอชนะแล้วเท็นชิจะบอกว่าจริงๆแล้วแดนสวรรค์เนี่ยให้เข้ามาง่ายๆไม่ได้หรอกนะ ยูยูโกะเลยตอบไป ไม่เป็นไรหรอกก็เป็นวิญญาณนี่นา
เท็นชิตอบไปอีก แดนสวรรค์คือที่อยู่ของวิญญาณที่ชำระล้างแล้ว เธอเองก็ลองชำระล้างดูมั้ยละ?
แล้วซุยกะก็ขึ้นมา เท็นชิเลยขอโวยหน่อย ซุยกะแปลกใจที่มีคนมาถึงแล้ว เท็นชิบอกว่ายอมให้ครั้งนี้เท่านั้น อย่าเรียกคนมาตามใจชอบได้มั้ย
ซุยกะไม่สนใจ แต่บอกจะขอรอที่นี่เลยละกัน เพราะเดี๋ยวก็น่าจะมารวมตัวกันแล้ว
เท็นชิเลยถามไปอีกว่า เรียกมากี่คนเนี่ย ซุยกะตอบไปว่าประกาศไปเฉยๆเดี๋ยวก็มารวมตัวกันเองแหละเพราะนั่นคือพลังของเธอ
เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะมากี่คน
เท็นชิ... โหดร้ายจังนะ นี่แปลว่าจะให้ฆ่าเวลากับพวกที่มาโดยไม่ได้เชิญยังงั้นเหรอ
พอชนะแล้วเท็นชิก็จะบ่นว่า โธ่เอ้ย เพราะเธอแท้ๆ เรื่องที่ต้องทำเลยมีเต็มเลย
ซุยกะก็บอกว่า ดีแล้วไม่ใช่เหรอ ว่างอยู่จริงๆนี่ ทำอะไรหลายๆอย่างฆ่าเวลาเถอะ
เท็นชิเลยเอ่ยว่า จากนี้ไปจะเป็นยังไงละนี่
...ระหว่างที่รอเวลาตามที่ยักษ์น้อยบอกและไม่รู้จะทำอะไรดีนั้น ปาชูลี่ก็มา
ปาชูลี่ก็จะบอกว่าคราวก่อนเข้าใจผิดไป เท็นชิก็บอกว่าตามนั้นแหละ ปาชูลี่อธิบาย คนร้ายคือเธอสินะ ไม่ค่อยมีออร่าออกมาเท่าไรเลยไม่รู้ตัวเลย
นั่นเพราะเธอทึ่มตะหากล่ะ แต่ว่านะ ผู้ที่แข็งแกร่งจริงๆเนี่ยออร่าอะไรไม่มีฉายออกมาหรอก ถ้าเกิดทำเตะตาขึ้นมาแม้จะเป็นศึกที่ชนะได้ก็ไม่พ้นจะต้องพ่ายแพ้
ปาชูลี่... ภัยพิบัติก็ดูเหมือนจะหยุดไปแล้ว แต่ฉันยังไม่หายเคืองเลยล่ะ
เท็นชิ... โอ๊ะ จะเอารึ แต่คราวนี้คงไม่มีความหมายอะไรที่จะต้องจงใจแพ้... สินะ
(จัดการเสร็จ) ฝู่ ไม่ได้เรื่องเลยน๊า ปาชูลี่... mukyuu~
เท็นชิ... สุดท้าย ก็เพราะดูท่าจะยังมีแขกมาอีก ก็เลยต้องเก็บแรงไว้ล่ะ(อยากจะบอกว่ายังไม่ได้เอาจริงนั่นเอง)
ต่อมาอลิสก็มาถึง แล้วก็ทักทาย อ๊ะ อยู่แฮะ เจ้าตัวแผ่นดินไหว
เท็นชิเลยตอกกลับ เจ้าบ้าตุ๊กตาอย่างเธอเนี่ยก็โดนยักษ์น้อยนั่นเรียกมาด้วยเรอะ
ใช่แล้ว และในโอกาสนี้ก็จะขออัดให้ยับเยินเลยละกัน
เท็นชิ... เหรอแต่ว่าเธอเข้าใจผิดไปนะ
ที่ฉันแพ้ให้กับทุกคนหรือมิโกะเนี่ยเป็นการตั้งใจตะหากละ
อลิส... พูดจายังกับพวกขี้แพ้
เท็นชิ... สิ่งมีชีวิตบนผืนพิภพไม่มีทางสู้ได้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ
(กระทืบเสร็จ) วันนี้รู้สึกจะเป็นศึกต่อเนื่องแต่ก็ยังสบายอยู่นะ ควรจะออมมือให้มากกว่านี้จะดีกว่ารึเปล่าเนี่ย
อลิส... นี่มัน แข็งแกร่งจริงๆ ไม่ไหว ยอมแล้ว
เท็นชิ... เหรอ ตราบใดที่ไม่ใช่เรื่องสำคัญการที่แพ้เนี่ย.... มันเป็นเรื่องสำคัญสินะ
เท็นชิเริ่มกังวลกับการที่คนขึ้นมาแดนสวรรค์กันเยอะๆ แล้วมาริสะก็มา
โอ้ส มาเป็นที่หนึ่ง แหมการปีนเขาเนี่ยมันลำบากจังเน้อ จริงๆเลย
เท็นชิ... น่าเสียดายอยู่แต่ยังห่างไกลกับที่หนึ่งเยอะนะ
มาริสะ... เอ๋ แต่นี่ยังเหลือเวลาตั้งสองชั่วโมงก่อนเวลานัดอีกนะเนี่ย
เท็นชิ... ก็มีคนมาตั้งแต่เช้าเลยนี่นา
มาริสะ... อะไรกัน ทุกคนเนี่ยไม่เป็นผู้ใหญ่เลยน๊า มาก่อนเวลาเร็วตั้งขนาดนั้น
เท็นชิ... เธอก็ด้วยไม่ใช่เหรอ มาเร็วซะขนาดนี้ยังจะพูดดีอีกเหรอ
มาริสะ... เอาน่า การฆ่าเวลาเนี่ยเป็นเรื่องง่ายๆเนอะ
เท็นชิ... นั่นสินะ
(ซัดกันเรียบร้อย) เอ้าพอได้แล้วมั้ง เธอเองก็พยายามได้ดีแล้วล่ะ
มาริสะ... หวายยย เจ้าน่ะแข็งแกร่งจริงๆ นี่โดนซุยกะหลอกซะแล้วรึเปล่านะ
เท็นชิ... ? นะถ้าไม่ออมมือก็เป็นแบบนี้แหละ..... เอ้า คนที่มาก่อนนะรอกันอยู่ด้านในแนะ
ให้ตายสิ ยัยยักษ์น้อยนั่น เรียกมากี่คนกันแน่นะ?
ซาคุยะ... รู้สึกว่าจะมาถึงเร็ว ไปสักหน่อยสินะ
เท็นชิ... อ๊ะ คนที่เป็นข่าวลือว่าดูแลมารร้ายบนผืนพิภพ...
ซาคุยะ... อาา ก็แบบนั้นล่ะ แล้วสถานที่จัดเทศกาลฉลองระลึกถึงศาลเจ้าเนี่ยจัดกันที่ไหนหรือ
เท็นชิ... ทุกคนรออยู่ข้างในล่ะ
ซาคุยะ... อย่างนั้นหรือ ถ้าแบบนั้นก็พอดีเลยสินะ
ฉันนะมีงานอื่นที่สำคัญกว่างานฉลองอยู่ และที่รีบมาก็เพื่อการนั้นล่ะ
เท็นชิ... โฮ่ แต่ว่ามีคนที่มาเร็วกว่าอยู่เพียบอะนะ
ซาคุยะ... เห ทุกคนเนี่ย ท่าจะเพี้ยนนะ
เท็นชิ... แล้ว งานที่ว่านะ อะไรรึ
ซาคุยะ... ที่บนสวรรค์มีคนที่ไม่ชอบใจอยู่ละนะ กะว่าจะมาลงทัณฑ์สักหน่อยน่ะ
เท็นชิ... อะไรกัน เรื่องนั้นนะไม่ยอมให้บอกว่าไม่ใช่ฉันหรอกนะจ๊ะ
(ซัดกับเมดอาฆาตเสร็จ) แหม ชักจะเหนื่อยซะแล้วสิ
เธอนะ แข็งแกร่งเอาการเลยล่ะ แบบนี้ละก็เรื่องการทำงานดูแลมารร้ายเนี่ยคงจะเหมาะสมละนะ
ซาคุยะ... ความแข็งแกร่งอะไรกันนี่ มีดแทงไม่เข้าแบบนี้เนี่ยมัน
เท็นชิ... ของกินที่แดนสวรรค์เนี่ยมีของสะดวกๆช่วยเพิ่มพลังให้กับร่างกายน่ะ แต่ความอร่อยนี่อีกเรื่องนึง...
แล้วโยว์มุก็ร่อนมาหาพร้อมเอ่ยถามหายูยูโกะทันที
เท็นชิ... อา วิญญาณนั่นสินะ วันนี้มาตั้งแต่เช้าแล้วล่ะ
โยว์มุ... ออกมาก่อนจริงๆด้วยสินะเนี่ย ถ้าจะออกไปไหนก็น่าจะช่วยบอกกันสักหน่อย
เท็นชิ... อาจจะอยากชำระล้างโดยไม่ให้ใครรู้ละมั้ง
โยว์มุ... อย่างนี้เอง เอ๊ะ เอ๋!?
เท็นชิ... เธอจะไม่ชำระล้างดูเหรอ?
โยว์มุ... ฉันน่ะไม่สามารถชำระล้างได้หรอก ทำอะไรมาหลายๆอย่างน่ะนะ (ชำระล้าง = สู่สุคติ)
เท็นชิ... งั้นก็ ใช้ฮิโซโนะซุรุกิเล่มนี้ของฉัน ทำให้ความกังวลของเธอเผยออกมากันเถอะ
โยว์มุ... ก็ดีอยู่หรอกนะ แต่ทางนี้ก็จะว่าจะมาเพื่อถล่มเธอด้วยสิ
(หลังจากฟาดฟันกับเด็กทำสวนเสร็จ) ดาบของเธอ....
นั่นน่ะคืออขงที่ใช้ตัดวิญญาณที่หลงทางสินะ
โยว์มุ... อาา ใช่แล้ว
เท็นชิ... หืมม์ ดาบนั้น.... ใครเป็นคนสร้างขึ้นมากันนะ
มารวมกันเยอะเอาการแล้วนะ แต่รู้สึกว่ามิโกะยังไม่มาแฮะ...
งานเลี้ยงฉลองก่อสร้างศาลเจ้าแท้ๆ แต่มิโกะเจ้าของงานไม่อยู่เนี่ยมัน
นะ กำลังยุ่งอยู่หรือเปล่าก็ไม่รู้สิ.... หรือจะว่ายักษ์น้อยนั่นไม่ได้ชวนมารึเปล่านะ
.....
ลองไปดูสภาพสักหน่อยดีกว่า (ไปศาลเจ้า)(แต่ศาลเจ้าพังอยู่)
อะเร๊ะ อยู่ที่ไหนหนอ~
เรย์มุ... ใครน่ะ! อ้าว เธอนี่เอง มีธุระอะไร? จะมายึดศาลเจ้าไปจริงๆสินะ?
เท็นชิ... ไม่ใช่แบบนั้นจ๊ะ เธอน่ะ เทศกาลฉลองระลึกถึงการสร้างศาลเจ้าเนี่ยไม่ไปรึ
เรย์มุ... เทศกาลฉลองระลึกถึงการสร้างศาลเจ้า?
เท็นชิ... จัดที่ที่อุโชวเทนน่ะ ทุกคนไปรวมตัวกันหมดแล้วนะ?
เรย์มุ... มุมุมุ? อาาา ไอ้ที่ซุยกะพูดถึงนะเหรอ?
เท็นชิ... รู้สึกว่านอกจากเธอแล้ว ก็มารวมกันเกือบทั้งหมดแล้วล่ะ
เรย์มุ... อา~ อา~ ไอ้นั่นเอง~
เรย์มุ... เห เธอเป็นฝ่ายมาชวนเองเนี่ย
เท็นชิ... ก็ดีไม่ใช่หรือไงจ๊ะ
เรย์มุ... ก็แบบว่านะ ซุยกะน่ะ "เทศกาลฉลองระลึกถึงการสร้างศาลเจ้า ซึ่งจุดหมายคือ เทศกาลทุกคนรังแกชาวสวรรค์" บอกว่าจะทำแบบนั้นน่ะ
(ซุยกะไม่โกหก แค่ไม่ได้พูดความจริงทั้งหมด :P)
เท็นชิ งงไปเลย
เรย์มุ... ฉันน่ะ บอกไปว่าเคยถล่มเธอไปแล้วครั้งนึงดังนั้นไม่เอาด้วยหรอก ก็พูดไปแบบนั้นน่ะนะ
เท็นชิ... .......
อย่างนี้นี่เอง เพราะแบบนี้ทุกคนถึงมากันเยอะสินะ
หุหุหุ มาทำเรื่องน่าสนุกให้ซะได้
เรย์มุ... แล้ว ตกลงเป็นไงล่ะ โดนทุกคนอัดยับเลยรึเปล่า?
เท็นชิ... แน่นอน ทุกคนมาเพื่อโดนอัดยับกันนั่นล่ะ แค่ชั่วพริบตาเท่านั้นแหละ
เรย์มุ... เห ยอดไปเลยนะเนี่ย ก็ทุกคนไปกันติดๆเลยใช่มะ?
เท็นชิ... นั่นมันก็สู้กันไม่ได้หรอกนะ แม้จะเธอเองก็เถอะ คราวก่อนนะจงใจที่จะแพ้นั่นละ?
เรย์มุ... เห ไม่รู้สึกว่าเป็นแบบนั้นเลยสักนิดอยู่หรอกนะ
อยู่ดีๆ ก็รู้สึกอยากจะร่วมเทศกาลขึ้นมาซะแล้วสิ
เท็นชิ... ดีเลยสิ ถ้าไม่มีเธออยุ่ละก็งานเทศกาลคงจะดูไม่ดีพิลึก
เรย์มุ... แต่ว่าจะไปถึงแดนสวรรค์มันก็ใช้เวลาเอาการดังนั้น......
เริ่มงานเทศกาลกันตรงนี้ก่อนเถอะ!
เท็นชิ... ต้องการอยู่แล้ว จะถล่มให้หมดทุกคน แล้วจะขอดูหน้าตกใจของยักษ์น้อยนั่นล่ะ!
(แพ้) เห็นม้า เหนื่อยแล้วไม่ใช่รึไง? ว่าแต่ว่าฉันเนี่ยเป็นคนที่เท่าไรรึ?
(ชนะ) แล้วทุกคนก็ไปดื่มกันบนแดนสวรรค์
ซุยกะ... สุดท้าย ถึงทุกคนรวมกันแล้วก็ยังไม่ไหวอีกเหรอ~ น่าสมเพสจังน๊า
เท็นชิ... เธอน่ะออมมือไว้ใช่มั้ยล่ะ นั่นนะยอมไม่ได้หรอกนะ
ซุยกะ... ก็แบบว่า มีคนที่รู้สึกเกลียดแค้นเธออยู่มากนั่นละน๊า ฉันจะไปทำลายโอกาสที่จะชำระเนี่ย ไม่ได้อะ
เท็นชิ... แล้วโอกาสชำระความแค้นของฉันไปอยู่ไหนกันละเนี่ย
อลิส... จะยังไงก็ตาม เธอเนี่ยแข็งแกร่งจริงๆนะ แต่ว่า แผ่นดินไหวเนี่ยทำให้มีผลต่อสถานที่ต่อสู้ไม่ใช่เหรอ
เท็นชิ... แต่ว่านะ คิดว่าแม้จะไม่ก่อให้เกิดแผ่นดินไหวก็ไม่แพ้เธอหรอก
ปาเจ... คราวนี้ที่แพ้ก็เพราะเป็นถิ่นของเธออยู่หรอก ถ้าเป็นที่ห้องสมุดของฉันเนี่ยจะเป็นยังไงนะ......
มาริสะ... ชั้นหนังสือก็ถล่มลงมา โดนฝังทั้งเป็น ประมาณนั้นละมั้ง
ห้องที่รกรุงรังเนี่ยน่ากลัวต่อแผ่นดินไหวล่ะน๊า
เท็นชิ... อ่า ก็พูดไม่ได้เต็มปากว่ามันเป็นกฎเกณฑ์อะไรหรอกนะ ถ้าไม่มีของอะไรเลยละก็ วิธีที่ใช้รับมือของที่จะตกใส่ก็จะไม่มีเหมือนกันนะ
(ใช้โต๊ะหรือเตียงหลบ)
มาริสะ... อย่างนั้นเหรอ? ถ้างั้นไม่ต้องทำความสะอาดห้องก็ดีสินะ
ซาคุยะ... ไม่ใช่ คิดว่าทำไว้น่าจะดีกว่า
เรย์มุ... จะยังไงก็เหอะ นี่มันเป็นเทศกาลฉลองระลึกถึงการสร้างศาลเจ้าตรงไหนกัน แค่ฉลองกันธรรมดาไม่ใช่เหรอ
ซุยกะ... รู้สึกจะไม่เข้าใจความหมายที่มีงานฉลองรวมอยู่ด้วยได้สินะ แบบนี้ถึงจะมีชีวิตต่อไปก็น่าเบื่อตายชัก
ยูยูโกะ... .......จะยังไงก็เถอะ ของกินดูจะขาดแคลนอย่างหนักเลยนะ
เท็นชิ... อาา แดนสวรรค์เนี่ยของกันไม่ค่อยมีหรอกนะ แค่ให้อิ่ม ก็แค่ทานลูกท้อที่อยู่เหนือหัวเพียงเท่านั้น
ซาคุยะ... ก็คิดแล้วว่า ต้องพูดแบบนี้ ระหว่างทางที่ปีนเขาขึ้นมาเลยตกปลามาด้วยเรียบร้อยแล้ว
มาริสะ... ช่างเป็นความเอาใจใส่อะไรถึงขนาดนี้เนี่ย
อลิส... เอ๊ะ นี่มันปลาดุกใหญ่ขนาดนี้เลย? แบบนี้ไม่มีทางที่จะจับมาระหว่างปีนเขาไม่ใช่รึไง เอามาจากบ้านเลยใช่มั้ยเนี่ย
ซาคุยะ... อาหารที่ทำจากปลาดุก ว่าจะลองทำดูจะดีมั้ยนะ
ซุยกะ... เอาเล้ย เอาเล้ย
เท็นชิ... ปลาดุกเนี่ยอร่อยเหรอ?
ด้วยอาหารของซาคุยะกับเหล่าของซุยกะ เลยดื่มกันข้ามคืน งานฉลองของแดนสวรรค์เนี่ยไม่ได้เป็นงานสนุกสนานกันแบบนี้ เท็นชิรู้สึกว่าได้ใช้วันทั้งวันโดยไม่เบื่อหน่ายซึ่งไม่ได้มีมานานแล้ว
แต่ซุยกะคิดจะอยู่ที่แดนสวรรค์ไปถึงเมื่อไรกันนะ
เท็นชินั้น แค่เรื่องนี้เท่านั้น ที่รู้สึกเป็นกังวลอยู่นิดหน่อย
* สรุปแล้วเธอเจ๋งมากสินะเนี่ย เท็นชิ แต่เท่าที่ดูมีอยู่ 2 คนที่เท็นชิเอาจริงด้วย ยูคาริกับ อิคุ เอ อาจจะโคมาจิอีกคน ส่วนที่ซัดกับเรย์เซ็นนั้นยับเยินอยู่ก่อนแล้ว แต่ตามเนื้อเรื่องก็คือแพ้ยูคารินั่นล่ะ
ปล. ซุยกะกับเรย์เซ็นนั้น เนื่องจากงานเข้าอย่างหนักเลยผ่านไปเลยละกัน
ปล2. ซุยกะเข้าใจว่ามีคนรวบรวมหมอกสีแดงสดอาจจะเป็นพรรคพวกของเธอเลยขึ้นไปดู ไปๆมาๆก็ทำการยึดที่ดินมาส่วนนึงไปแทน เรย์เซ็น...ออกมาสอบถามเรื่องแผ่นดินไหว แล้วก็กลับไปรายงานเอย์ริน
อีกนิด หินศักดิสิทธิคือหินแกรนิตที่ได้จากฮิโนะยามะ (ภูเขาแห่งไฟ) ที่มีขนาดใหญ่มาก เอย์รินอธิบายในเนื้อเรื่องของอุด้งเก้
ไผ่ที่โค้งงอในป่าไผ่นั้น อาจจะเป็นไผ่ที่น่าตกใจสำหรับหินศักดิ์สิทธิก็เป็นได้
เผาแหลกนะ งานเข้าเต็มที่เลย เพราะอู้ไว้มาก พิมพ์ไปเล่นไปทำงานไปหาของจากเรย์ไทไซไป
แถมต้องเช็คของตลอดเพราะไฟล์บางอันมันเสีย - -"
เป็นช่วงที่งานเข้าทุกทิศทางจริงๆ ให้ตายสิ
ว่าจะเขียนไทม์ไลน์ เอาสักนิดละกันเฉพาะ story mode สามารถเรียงอ่านเนื้อเรื่องได้ไม่สะดุด เป็นเบสไลน์
ซุยกะ -- ยูยูโกะ -- ปาชูลี่ -- ซาคุยะ -- เรย์มุ -- อิคุ -- ยูคาริ -- เรย์เซ็น -- เท็นชิ
ยังมีพวกไทม์ไลน์ซ้อนกับประเภทที่ใส่ไปแล้วเละเลยซึ่งขี้เกียจแล้วแฮะ
จริงๆต้องตัดซาคุยะออกไปด้วยแต่มันทับกันนิดเดียวเลยปล่อยๆไป
อนึ่งความคิดเห็นส่วนตัวล้วนๆ จริงๆลองเล่นดูของแต่ละตัวละครไปเลยจะดีกว่า





Timeline ผมลงไว้ที่ PK แล้ว น่าจะช่วยได้มาก
#1 By เซเบอร์คุง on 2008-06-03 13:13